ในงาน Gartner Symposium/ITxpo ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2555 ที่เมือง ORLANDO รัฐฟอริด้า  ทาง Gartner ได้ประกาศแนวโน้มของ 10 เทคโนโลยีเด่น (Top 10  strategic technology trends)  สำหรับองค์กร ในปี 2013   โดย Gartner ได้แสดงกราฟสรุปให้เห็นว่า IT Trends ทั้งสิบอย่างมีผลกระทบต่อคน องค์กร และแผนกไอที อย่างไร

โดยมีเทคโนโลยีต่างๆดังนี้

  •  Mobile Device Battles : Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2013 โทรศัพท์มือถือจะเป็นอุปกรณ์หลักแซงหน้าเครื่องพีซีในการที่ผู้คนทั่วไปใช้ในการเล่นอินเตอร์เน็ต และในปี 2015 โทรศัพท์มือถือ 80% จะเป็นเครื่อง Smartphone โดยที่ 20% อาจเป็นเครื่อง Window Phone และเครื่อง Tablet ในปี 2015 จะมีจำนวนครึ่งหนึ่งของเครื่อง Laptop โดย Tablet ที่จะมาเป็นอันดับหนึ่งคือ  Androidตามด้วย  Apple iOS โดยมี Windows 8  อันดับสาม โดยต่อไปองค์กรทั่วไปจะต้องสนับสนุนทั้งการใช้งานเครื่องพีซีทั่วไปและ Tablet โดยที Windows 8 จะเหมาะสำหรับการใช้งานองค์กรมากกว่าการใช้งานทั่วไป
  •  Mobile Applications and HTML5: Tools ในการพัฒนา Mobile Applications ยังจะมีความหลากหลาย โดยในอีก 2-3  ข้างหน้าเราก็คงยังไม่สามารถที่จะเห็น Tool ตัวหนึ่งตัวใดที่สามารถจะใช้พัฒนา Mobile Application ได้ดีที่สุด โดยวิธีการที่จะนิยมใช้ในการพัฒนา Mobile Application จะแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆดังนี้ native, special, hybrid, HTML 5, Message และ No Client  อย่างไรก็ตามการพัฒนาก็อาจจะเริ่มเปลี่ยนจาก  Native App และค่อยๆก้าวไปสู่ HTML5  ที่จะมีความสามารถมากขึ้น
  • Personal Cloud: Personal Cloud จะเข้ามาแทนที่เครื่องพีซีในการที่ผู้ใช้เก็บข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เข้าถึงบริการต่างๆ และเก็บข้อมูล preferences ส่วนตัวต่างๆที่ใช้ในเชิงดิจิทัล  ผู้ใช้จะสามารถใช้  Personal Cloud จากที่ไหน เวลาไหน และอุปกรณ์ใดก็ได้ โดย Personal Cloud ของแต่ละคนคงจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เทคโนโลยีหรือ Platform หนี่งเดียว  ทั้งนี้คุณลักษณะที่สำคัญของ  Personal Cloud ก็คือ Cloud Storage และการ sync กันกับทุกอุปกรณ์
  • Enterprise App Stores: Gartner ระบุว่าในปี 2014 องค์กรส่วนใหญ่จะให้พนักงานโหลด Mobile Application  ผ่าน private application stores ซึ่งก็จะเปลี่ยนบทบาทของไอทีในองค์กรจากผู้ที่วางแผนบริหารส่วนกลางมาเป็นผู้จัดการการตลาด  นอกจากนี้ในอนาคตเราจะเห็นโซลูชั่นของ Cloud และ  Mobile จะหลอมรวมเข้าหากัน
  • The Internet of Things: หรือที่เรียกย่อว่า IoT ก็คือการที่อินเตอร์เน็ตจะขยายตัวเข้าเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆเช่น  embedded sensors และ  NFC payment ซึ่งก็จะทำให้คำว่า  mobile มีความหมายครอบคลุมมากกว่า โทรศัพท์มือถือหรือ Tablet ซึ่งอุปกรณ์ที่เป็น Intelligent Device  เหล่านี้จะสามารถเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยีต่างๆอาทิเช่น NFC, Bluetooth, LE และ  Wi-Fi ตัวอย่างของอุปกรณ์เหล่านี้คือ wristwatch displays, healthcare sensors, smart posters, และ home entertainment systems ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นรูปแบบธุรกิจใหม่เช่น  digital supply chain, usage-based insurance models or taxes หรือ “smart city”  ที่สามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆเข้าถึงบริการที่หลากหลาย
  • Hybrid IT and Cloud Computing: Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีที่ติดอันดับของ Gartner หลายปีติดต่อกัน แต่วันนี้เริ่มหลักการของการผสมผสานไอที (Hybrid IT) ที่องค์กรต่างๆจะมีการพัฒนา Private Cloud และสร้าง  Platform ในการบริหารจัดการ Cloud ที่สามารถบรืหาร Services ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้ และสุดท้ายไอทีในองค์กรก็จะทำหน้าที่เป็น Broker ให้กับ  Services เหล่านั้น
  • Strategic Big Data: Big Data ในองค์กรจะเปลี่ยนจากการทำโปรเจ็คเดี่ยวมาเป็นกลยุทธ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมข้อมูลขององค์กร การที่จะต้องมาบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีความหลากหลาย และซับซ้อน จะทำให้องค์กรต้องเปลี่ยนแปลงจากวิธีการเดิมๆในการบริหารข้อมูล โดยจะเปลี่ยนแนวคิดจากการทำ  data warehouse เดี่ยวๆในองค์กร มาเป็นระบบที่หลากหลานซึ่งอาจประกอบด้วย content management, data warehouses, data marts และ specialized file systems โดยมีเทคโนโลยีที่น่าจะได้รับสนใจอย่างมากคือ Hadoop และ NoSQL
  • Actionable Analytics: จากการที่มีการใช้  Mobile Devices, Social Technology และ มี Big Data กระบวนการ Analytics ก็จะเปลี่ยนจาก  offline analytics เป็น in-line embedded analytics และจาก explanatory analytics สู่ predictive analytics โดยที่การทำ Analytic จะมี engine ที่อยู่บน Cloud ซึ่งผู้ใช้สามารถจะดึงผลการวิเคราะหฺ์ผ่านมือถือจากที่ไหนเมื่อใดก็ได้
  • In Memory Computing: การใช้  IMC (In Memory Computing) จะทำให้การประมวลผลข้อมูลที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาทีหรืออาจเป็นเพียงไม่กี่วินาที ดังนั้นจะให้เกิดบริการต่างๆบน Cloud  ที่อาจเป็น real-time service หรือ  near real-time service  ได้
  •  Integrated Ecosystems: ตลาดจะเริ่มเปลี่ยนจากระบบที่มีความหลากหลาย  (loosely coupled heterogeneous) มาเป็น integrated systems เนื่องจากผู้ใช้มีความต้องการที่ได้ระบบที่ง่าย ราคาต่ำลง และมีระบบความปลอดภัย โดยตลาดในเรื่องนี้จะมีสามด้านคือ  1)Appliances ที่จะรวม Hardware, Software และ  Services เข้าด้วยกัน 2) Cloud-based marketplaces เช่น Salesforce.com’s AppExchangeและ 3) end-to-end ecosystems เช่น App Store ของ Apple

สามารถดูรายละเอียดข้อมูลของ Gartner Trends ได้ที่ http://www.gartner.com/it/page.jsp?id=2209615

One thought on “Gartner Top10 strategic technology trends สำหรับปี 2013

  1. ขอบคุณมากครับสำหรับบรรยายในวันนี้ ทำให้ผมได้เห็นว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นช่องทางสำหรับนักพัฒนาได้เข้าไปสอดแทรกได้

    อยากให้เขียนบทความเพิ่มบ่อยๆ ครับ จะเข้ามาติดตามครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s