การปรับนโยบายด้าน Cloud Computing ของประเทศเมื่อพิจารณาจากผลการสำรวจปี 2017

screenshot-2017-03-05-12-12-29

ทุกๆปีทางบริษัท  Rightscale จะออกรายงานผลการสำรวจสถานภาพการใช้  Cloud Computing ออกมา และสำหรับในปีนี้ทาง Rightscale  ได้ออกรายงานเรื่อง RightScale 2017 STATE OF THE CLOUD REPORT เมื่อต้นเดือนมกราคมปีนี้ โดยเป็นการเปิดเผยข้อมูลการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,002 ตัวอย่างที่เป็นการสำรวจคนอาชีพไอทีในองค์กรต่างๆทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศในกลุ่ม APAC ที่มีจำนวน 14% จากกลุ่มตัวอย่าง ผลการสำรวจมีประเด็นที่น่าสนใจที่องค์กรต่างๆในบ้านเราควรนำมาพิจารณาปรับนโยบายในด้าน  Cloud Computing ดังนี้

1)  ควรกำหนด  Cloud First Policy

 

ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าองค์กรส่วนใหญ่เกือบ 95%  มีการใช้ Cloud อยู่โดยที่  89% มีการใช้ Public Cloud, 72% ใช้ Private Cloud และ 67% ใช้ Hybrid Cloud โดยในจำนวนนี้ ที่ใช้ Public Cloud เพียงอย่างเดียวมีแค่ 22% หรือที่ใช้เฉพาะ  Private Cloud  มี 5%  ซึ่งจะเห็นได้ว่าองค์กรมุ่งเน้นพัฒนาไอทีเป็นระบบ Cloud ด้วยเหตุผลต่างๆที่จะกล่าวต่อไป และแนวโน้มก็จะเป็น Hybrid Cloud ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าตัวเลขการใช้งาน และติดตั้ง Private Cloud  มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สุดท้ายเราจะเห็นได้ว่า IT Workload ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้ระบบ Cloud โดยมีเพียง 21% ที่เป็น  Non-Cloud ดังนั้นองค์กรต่างๆควรกำหนดให้การใช้ไอทีขององค์กรมุ่งสู่ระบบ Cloud  โดยจำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้ง Private Cloud และใช้  Public Cloud

screenshot-2017-03-05-15-27-12

screenshot-2017-03-05-15-37-46

screenshot-2017-03-05-15-40-22

2) ต้องสนับสนุนการใช้ระบบ Cloud มากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม

ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 1,000  คน จะมุ่งสู่การสร้างระบบ Cloud แบบหลากหลายแพลตฟอร์ม จะเห็นได้ว่ามีเพียงต่ำกว่า 15%  ที่ตอบว่าใช้ Cloud แบบแพลตฟอร์มเดียวที่อาจเป็น Single Private Cloud หรือ  Single Public Cloud โดยส่วนมากจะเป็นการใช้ Hybrid Cloud หลากหลายแพลตฟอร์ม และก็มีการใช้  Public Cloud หลายราย ดังนั้นองค์กรต่างๆก็ควรจะมีนโยบายกำหนดให้มีการใช้ระบบ  Cloud มากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม

screenshot-2017-03-05-21-05-14

3) ต้องส่งเสริมให้ผู้ให้บริการ Cloud ในประเทศให้บริการที่มากกว่าการบริการ Virtual Server

ผลการสำรวจในแง่ของการใช้บริการ Public Cloud พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ใช้ Virtual Server ที่เป็น  Linux  หรือ Windows แต่จุดประสงค์การใช้งานมุ่งไปที่ PaaS โดยความต้องการ Database as a Service (DBaaS) อย่าง RDS ของ AWS สูงเป็นอันดับหนึ่ง หรือก็มีการใช้บริการอย่าง Data warehouse, Hadoop as a Service  แต่ขณะที่ผู้ให้บริการ  Cloud  ในบ้านเรายังให้บริการเพียงแค่  IaaS เช่น Virtual Server พื้นฐาน จึงไม่แปลกใจที่ผู้ใช้บริการจะมุ่งเน้นไปที่บริการของ Cloud Provider ในต่างประเทศที่มีบริการหลากหลายกว่า ดังนั้นเราควรส่งเสริมให้ผู้ให้บริการ Cloud  ในบ้านเราทำการวิจัยและพัฒนาสร้างบริการ Cloud ต่างๆที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้นอาทิเช่น  DBaaS, Container as a Service, IoT Services

screenshot-2017-03-05-21-11-54

4) ต้องเร่งส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการใช้ Cloud

ข้อมูลการสำรวจแสดงให้เห็นประโยชน์หลักของ  Cloud  ไม่ใช่การลดค่าใช้จ่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ และเป็นความเข้าใจผิดมาตลอด แต่ประโยชน์หลักๆคือความคล่องตัวในการทำงาน การที่จะเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว การขยายระบบได้อย่างมาก และพัฒนาระบบได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันถ้าพิจารณาถึงความท้าท้ายของการใช้ Cloud จะพบว่าเรื่องระบบความปลอดภัยไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับกลุ่มที่มุ่งเน้นการใช้ Cloud  (Cloud Focused group) แต่กลับเป็นเรื่องของการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และเรื่องของ Complicance  โดยความกังวลเรื่องความปลอดภัยก็จะเป็นเฉพาะกลุ่มผู้เรื่มต้นใช้งาน (Cloud Beginner Group)  แต่ในบ้านเราจะคิดว่าการใช้ Cloud Computing จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายและจะกังวลเรื่องความปลอดภัยสูงเกินไป จึงจำเป็นที่เราต้องส่งเสริมในเรื่องความเข้าใจให้ถูกต้อง มิฉะนั้นเราจะก้าวตามเทคโนโลยีไม่ทัน

screenshot-2017-03-05-21-19-18

screenshot-2017-03-05-21-22-56

5)  ต้องเร่งพัฒนาคนด้าน  Cloud Computing

ความท้าทายหลักๆของเรือง  Cloud Computing คือการขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งบทบาทของไอทีในอนาคตจะเปลี่ยนไปเป็นคนที่ต้องมาคัดสรรการใช้  Public หรือ  Private Cloud กลายเป็นคนที่ต้องมากำหนดนโยบายการใช้ เป็นผู้ต้องมาบริหารและจัดการค่าใช้จ่าย ตลอดจนเป็นผู้ที่ต้องมาพัฒนา Private Cloud  นอกจากตำแหน่งงานด้านหนึ่งที่กำลังเข้ามาคือ Cloud Architect ประเทศเรายังขาดบุคลากรไอทีที่มีความเข้าใจ  Cloud Computing อยู่มากและแทบจะไม่มี Cloud Architect อยู่เลยดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้สถาบันการศึกษาเร่งพัฒนาหลักสูตรทางด้านนี้ให้มากขึ้น และต้องอบรมคนไอทีในปัจจุบันให้มีความเข้าใจเรื่อง Cloud Computing มากขึ้น

screenshot-2017-03-05-21-33-45

screenshot-2017-03-05-21-30-35

6)  ต้องชักจูงให้ Cloud Provider จากต่างประเทศมาลงทุนในบ้านเรา

ตลาด Public Cloud ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นของผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Amazon Web Services, Microsoft Azure และ Google Cloud ทั้งนี้เนื่องจากเขามีบริการที่หลากหลายตรงความต้องการของผู้ใช้มากกว่าโดยไม่ได้เน้นแค่บริการ Virtual Server  นอกจากนี้บริษัทเหล่านี้ยังมีราคาค่าบริการถูกกว่ารายอื่นๆมากเนื่องจากมี  Economy of Scale  และที่สำคัญบริษัทเหล่านี้มีการทำวิจัยและพัฒนาที่จะออก Cloud Services ด้านใหม่ๆได้หลากหลายทั้ง IoT  Services, Machine Learning as a Service, Big Data  ซึ่งเราอาจจำเป็นต้องเรียนรู้จากเขา และต้องสร้างนโยบายให้เอื้อต่อการที่บริษัทเหล่านี้มาลงทุนให้ประเทศไทยเป็น Cloud Computing Hub อย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ รวมถึงมีการทำวิจัยและพัฒนาบริการต่างๆในประเทศเรา

screenshot-2017-03-05-21-38-29

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ก็คือข้อเสนอแนะที่อยากให้ทุกฝ่ายได้นำไปพิจารณาในการปรับนโยบายขององค์หร หรือของประเทศเพื่อเราจะสามารถแข่งขันได้ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institiute

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s