Screenshot 2019-09-29 14.55.10

ผมเป็นคนรุ่นต้นสุดของเจนเอ็กซ์ก็คือห่างกับรุ่นเบบี้บูมเมอร์แค่ปีเดียว และด้วยความที่เรียนพาสชั้นมาทำให้ตอนเรียนปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็เป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์และก็ต้องใช้ชีวิตแบบคนยุคเบบี้บูมเมอร์  วิถีชีวิตของคนในรุ่นผมก็ยังห่างเทคโนโลยีอยู่มาก ยังเรียนหนังสือโดยใช้ชอล์กกระดานดำ ยังต้องทำโปรเจ็คและรายงานโดยใช้พิมพ์ดีด ไม่มีโทรศัพท์มือถือ แม้แต่ที่บ้านก็ไม่มีโทรศัพท์ที่มีสาย ต้องติดต่อกันทางจดหมาย ถ้ามีเรื่องด่วนก็ต้องใช้โทรเลข สมัยเรียนปริญญาตรีก็ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้ใช้ เรียนหนังสือกับเครื่องเมนเฟรม เขียนโปรแกรมโดยการเจาะบัตร กว่าจะเริ่มสัมผัสเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ก็ตอนที่จบมาแล้ว และกว่าจะเริ่มเล่นอินเตอร์เน็ตครั้งแรกก็ปี 1993 ตอนสมัยเรียนอยู่ต่างประเทศ

ความโชคดีของผมคือการได้ไปเรียนในต่างจังหวัด ที่สมัยนั้นยังไม่ได้เจริญเท่าปัจจุบัน เศรษฐกิจของประเทศในยุคนั้นก็ไม่ได้ดีนัก บ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะยากลำบาก อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในต่างประเทศถีบตัวสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินตกต่ำ อัตราดอกเบี้ยสูง รัฐบาลต้องปิดทีวีช่วงหกโมงเย็นถึงสองทุ่มและทุกรายการก็เลิกหลังเที่ยงคืน ปั้มน้ำมันทุกแห่งก็ปิดตอนสี่ทุ่มถึงตีห้า ชีวิตการเรียนยุคนั้นต้องมีความอดทน นักศึกษามหาวิทยาลัยก็ต้องนั่งรถสองแถวกัน ใช้จักรยาน ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์และไม่มีเงินมาทานกาแฟหรือร้านอาหารหรูๆแบบยุคนี้ สมัยเรียนไฟฟ้าติดๆดับๆอยู่บ่อยๆ แถมน้ำแถวหอพักก็หยุดไหลบ่อยๆ

เราเข้าศึกษากันในยุคที่พวกรุ่นพี่ที่เข้าป่าไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กำลังทยอยกลับเข้ามาเรียน ทำให้เรายังได้กลิ่นอายของการทำกิจกรรมรุ่นพี่ในสมัยนั้นที่ต่อสู้เพื่อสังคม พวกเราชอบทำกิจกรรมออกค่ายพัฒนาชนบท ฟังเพลงเพื่อชีวิตที่ค่อนข้างรุนแรงอย่างเพลง คนกับควาย สู้ไม่ถอย ขณะเดียวกันก็เริ่มมีกระแสของทุนนิยมเข้ามาในเมืองมากขึ้น ฟังเพลงสตริงอย่างวงชาตรี หรือวงแกรนด์เอ็กซ์ พวกเราโตขึ้นมาท่ามกลางการต่อสู้ด้านการเมือง วัฒนธรรมและสังคมของสองขั้วที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลง

การสัมผัสกับชนบทและความยากลำบากทำให้พวกเราเข้าใจสังคม อาจารย์และรุ่นพี่ก็เป็นแบบอย่างเป้าหลอมให้พวกเราคิดถึงส่วนรวม อยากเห็นสังคมและชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บุคคลที่เป็นต้นแบบของพวกเราบางคนก็คือนักต่อสู้เพื่อสังคมที่สอนให้เราเสียสละเพื่อคนอื่น ไม่ใช่เศรษฐีพันล้านหรือนักเทคโนโลยีชั้นนำของโลกแบบยุคนี้ เป้าหมายชีวิตหลายคนของพวกเราก็คือจบออกมาทำงานอาชีพที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ หลายๆคนภูมิใจกับการได้ทำงานเป็นข้าราชการเพื่อรับใช้สังคมจนทุกวันนี้

Screenshot 2019-09-29 19.18.47

จากคนเจนเอ็กซ์อย่างผมที่จบจากมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด ได้สัมผัสกับสังคมที่มีช่องว่างกับสังคมกรุงเทพอย่างมาก และก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อ ได้เข้ามาทำงานในแวดวงเทคโนโลยี ประกอบกับเป็นคนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปรับพฤติกรรมไปตามคนเจนวายไปค่อนข้างมาก ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิตตัวเองหลายๆอย่างอาทิเช่น

สมัยผมเรียนที่บ้านส่งเงินมาทางธนาณัติจะไปรับเงินก็ต้องไปที่ไปรษณีย์ และมีธนาคารก็อยู่สาขาเดียวแถมไม่มีตู้เอทีเอ็มจะฝากจะถอนเงินก็ไปยืนรอนั่งรอกันอยู่ที่สาขา ความสัมพันธ์ของลูกค้ากับพนักงานธนาคารก็มีส่วนทำให้ลูกค้าอยากมาทำธุรกรรมด้วย หลังจากที่จบมาพักใหญ่ถึงจะเริ่มเห็นตู้เอทีเอ็มมากขึ้นการทำธุรกรรมก็อาจเริ่มเปลี่ยนไป แต่วันนี้ชีวิตทางธุรกรรมการเงินของผมต้องปรับพฤติกรรมตามคนเจนวายหรือมิลเลนเนียลส์ไปแล้ว ทุกวันนี้นอกจากจะต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต ยังต้องมีการจ่ายเงินผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์หลากหลายทั้งใช้ PayPal, True Wallet, Rabbit Line Pay, Lazada Wallet และอีกสารพัดวิธีที่จะต้องเอาเงินไปฝากไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมากมาย คนเจนเอ็กซ์อย่างผมแทบไมได้ไปสาขาธนาคารมานานมาก ใช้ Internet Banking มามากกว่า 15 ปี แถมตัวเองมี Mobile Banking ของแทบทุกธนาคารจะโอนเงิน ชำระเงินค่าบริการต่างๆก็ต้องมาทำออนไลน์ แม้แต่การลงทุนก็ซื้อกองทุน หุ้นผ่านมือถือ ใช้บริการของ FinTech ต่างๆทั้ง  Finnomena, WealthMagik ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับพนักงานธนาคารก็เริ่มหายไป จากที่เคยอดทนยืนรอการทำธุรกรรมการเงินวันนี้กลายเป็นต้องทำได้ทันทีทันใด ทุกที่ ทุกเวลา

Screenshot 2019-09-29 19.18.10

สมัยก่อนมีความสุขกับการหาหนังสืออ่าน หาซื้อหนังสือจำนวนมากสะสมไว้ ตอนเล็กๆทีีบ้านขายหนังสือ ชอบเดินทางไปค้นหาหนังสืออ่านนั่งรถจากนครปฐมเข้าไปหอสมุดแห่งชาติ ชอบไปเดินดูหนังสือตามร้านหนังสือดวงกมล หรือร้านอื่นๆ นั่งรอหนังสือพิมพ์มาส่งที่บ้านด้วยความตื่นเต้นแทบทุกเช้า บางวันก็อ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ ชีวิตวันนี้ของคนเจนเอ็กซ์อย่างผมถูกกลืนไปด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ผมไม่ได้ซื้อหนังสือพิมพ์เป็นเล่มมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังซื้อแบบเป็นสมาชิกออนไลน์เริ่มต้นตั้งแต่ซื้อ โพสต์ทูเดย์ มาเป็น OokBee ที่เป็นหนังสือพิมพ์และนิตยสารแบบบุฟเฟ่ต์ จนล่าสุดมาซื้อกรุงเทพธุรกิจในรูปแบบของไฟล์ PDF  จากคนที่เคยชอบไปร้านหนังสือบางทีไปยืนเลือกหนังสือที่ร้านได้เป็นชั่วโมง ทุกวันนี้กลายเป็นว่าสมัครเป็นสมาชิก SafariBook online อยากจะหาหนังสือเล่มใดอ่านก็ได้ผ่านทุกอุปกรณ์ แถมบางทีได้มาก่อนที่ผู้เขียนจะส่งจัดพิมพ์เสียอีก นอกจากนี้ยังซื้อหนังสือจาก Amazon และช่องทางออนไลน์อื่นๆ แถมบางเล่มมีไฟล์เสียงมาพร้อม บางคืนก่อนนอนยังสั่งให้เจ้า Amazon Echo ให้อ่านหนังสือที่เก็บไว้ใน Amazon Kindle ให้ฟัง วันนี้น้อยครั้งที่จะไปร้านหนังสือ ห้องสมุดผมก็ย้ายมาอยู่ที่ร้านกาแฟ โดยมีคลังหนังสืออยู่ในอุปกรณ์ iPad ที่มีหนังสือมากกว่าห้องสมุดแบบเดิมๆ

Screenshot 2019-09-29 19.17.37

ตอนเล็กๆมีทีวีอยู่ไม่กี่ช่อง มึความสุขอยู่กับการดูละครโทรทัศน์ หุ่นไล่กา หรือ พิภพมัจจุราช กับรายการนาทีทองที่แสนสนุกในวันอาทิตย์ แถมทีวีที่ดูเป็นทีวีขาวดำไม่มีรีโมทจะเปลี่ยนช่องต้องเดินไปหมุนปุ่ม มาเรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นใหม่ๆก็มีทีวีเพียงสองช่องคือ ช่อง 4 กรมประชาสัมพันธ์และทีวีช่อง 7 ทีีเพิ่งเริ่มมาฉาย ทั้งหอมีทีวีอยู่เครื่องเดียวต้องมามุงกันดูพร้อมกัน ตอนท้ายๆก่อนเรียนจบก็เริ่มมีวิดีโอมาฉาย หลังจากนั้นจบมาก็มีความสุขกับการดูวิดีโอ และไปเช่าวิดีโอตามร้าน มีร้านให้เช่าเกิดขึ้นมากมาย เลือกหนังกันเป็นชั่วโมงและเมื่อครบกำหนดก็รีบนำมาคืนกัน พอมายุคซีดี ดีวีดี ก็เริ่มมีความสุขกับการดูหนังที่คมชัดขึ้น สะสมแผ่นหนังกัน จนกระทั่งมาถึงยุคของเคเบิ้ลทีวี ก็ต้องตกใจที่ทีวีมีเพื่มมามากมายหลายช่อง มีความสุขกับการอ่านหนังสือโปรแกรมรายการทีวีที่เขาส่งมาให้ และต้องคอยเลือกว่าวันไหนจะดูรายการไหน วันนี้ชีวิตคนวัยต้นเจนเอ็กซ์อย่างผม กลายเป็นเสมือนเด็กเจนอัลฟ่า ไม่รู้จักแล้วครับว่า วิดีโอ ดิวีดี เป็นอย่างไร ทุกอย่างดู Streaming TV อย่าง NetFlix หรือ YouTube ไม่รู้จักละครช่วงเวลา PrimeTime ไม่ได้ดูข่าวทีวีในช่วงปกติ อยากจะดูตอนไหนก็ดู ผ่านอุปกรณ์ใดๆก็ได้ แม้แต่ทีวีช่องปกติบางรายการทั้งของในประเทศ เช่นรายการสนทนาข่าว หรือรายการทีวีต่างประเทศอย่างช่อง  CNA, CNN ก็เปิดดูผ่าน YouTube แถมที่หนักไปกว่านั้น บางทีก็ไม่ใช้รีโมททีวีแต่สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant

ผมเป็นแฟนกีฬาชอบดูรายการถ่ายทอดสด ตอนเล็กๆการถ่ายทอดกีฬาจะเป็นเรื่องใหญ่มาก จำได้ว่ามวยหรือฟุตบอลบางคู่เราต้องแทบหยุดเรียน หยุดทำงานกันมาดู นานๆจะมีการถ่ายทอดกีฬาต่างประเทศสดทางทีวีเพราะค่าใช้จ่ายสูงและมีความซับซ้อนมาก เวลาเราดูกันทีก็จะมาเชียร์พร้อมๆกันจำนวนมาก วันนี้โลกของเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้วช่่องการถ่ายทอดมีมากมาย แม้แต่ล่าสุดผมจะดูรักบี้ชิงแชมป์โลก ผมก็ยังเลือกซื้อบริการโดยตรงจากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ผ่าน Bein Sports connect แล้วชำระเงินผ่าน App Store ทำให้ผมสามารถเรียกดูจากอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ไหนก็ได้ ในบางครั้งผมก็ดูผ่านสมาร์ทโฟน บางครั้งก็ดูผ่านแท็บเล็ต และบางครั้งก็สามารถเชื่อมสัญญาณภาพจากสมาร์ทโฟนเข้าสู่ทีวีจอใหญ่และภาพที่ได้รับก็คมชัดเพราะเป็นสัญญาณ HD

ตอนเล็กๆผมต้องไปซื้อของที่ตลาด การเดินห้างเป็นเรื่องใหญ่ ร้านค้าใหญ่สมัยนั้นมีน้อยมาก พอเรียนจบปริญญาเอกมามีการคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น ที่ๆอยากไปซื้อของมากๆในสมัยนั้นก็คือห้างพันธ์ทิพย์พลาซ่า โดยมีความสุขกับการเลือกดูอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตอนหลังก็ขึ้นไปตามห้างต่างๆทั้ง MBK และห้างเซ็นจูรี เพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์มือถือและ Gadget ต่างๆ วันนี้ชีวิตคนเจนเอ็กซ์อย่างผมกลายเป็นคนเจนวาย ไม่อยากออกไปซื้อของแบบเดิม แต่เลือกช็อปออนไลน์เพราะสะดวกกว่าและราคาถูกกว่า ผมซื้อออนไลน์แทบทุกเจ้าทั้ง  Lazada, JD หรือแม้แต่ของในซูปเปอร์มาร์เก็ตก็สั่งผ่าน Top Supermarket Online ยังไม่ต้องพูดถึงอีคอมเมิร์ซ์ในต่างประเทศที่ผมใช้ทั้ง AliExpress, Amazon และ EBay ผมเลยไม่แปลกใจว่าทำไมร้านค้าปลีกจึงเงียบเหงา แม้แต่การทานอาหารคนเจนเอ็กซ์อย่างผม จากที่ชอบทานอาหารนอกบ้านก็กลายเป็นว่าเลือกสั่งอาหารส่งมาทานที่บ้านเป็นประจำ บางวันแทบทุกมื้อ สั่งผ่านทั้ง LineMan, Get, GrabFood หรือ Food Panda แล้วบางทีก็ชำระเงินผ่านไปทางบัตรเครดิตหรือ Wallet  ของเขา

ยังมีอีกหลายๆอย่างที่เทคโนโลยีมาเปลี่ยนชีวิตผมทั้งเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือแม้แต่การเรียน โลกได้เปลี่ยนไปมากแล้วและสิ่งหนี่งผมคิดเสมอก็คือ ถ้าคนเจนเอ็กซ์สามารถมาใช้เทคโนโลยีแบบคนเจนวาย ก็จะช่วยทำให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น เผลอๆด้วยประสบการณ์ของอดีตที่ผ่านมาในเจนเอ็กซ์หรือเบบี้บูมเมอร์ก็จะยิ่งทำให้เราทำบางเรื่องได้ดีกว่าคนในยุคใหม่ด้วยซ้ำไป และประสบการณ์ชีวืตของคนเจนเอ็กซ์จำนวนมากก็ยังผ่านยุคของความยากลำบาก ก็ยิ่งจะช่วยทำให้เห็นได้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยมาเปลี่ยนแปลงและลดช่องว่างของสังคมได้อย่างไร ทำอย่างไรจะให้คนในสังคมทุกคนยืนอยู่ได้ในโลกที่เปลี่ยนไป ด้วยความเข้าใจสังคมทั้งชนบทและในเมืองที่ดี

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

 

2 thoughts on “เมื่อคนเจนเอ็กซ์อย่างผมต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนเจนวาย เมื่อเทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงโลก

  1. เยี่ยมยอดมากเลยครับพี่น้อง…
    ถูกต้องทุกอย่าง…🙏🙏🙏

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s