Screenshot 2017-10-19 21.42.20

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางชมรมไอทีประกันภัยของกลุ่มบริษัทประกันภัยต่างๆได้เชิญผมให้ไปบรรยายหัวข้อ RESTful Web Services & Web APIs ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเศรษฐกิจ API (The API Economy) ขึ้นมา เพราะสัปดาห์ที่แล้วผมเพิ่งเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ถ้าเป็นสมัยเมื่อ 6-7 ปีก่อนทุกครั้งที่ผมไปสิงคโปร์ผมจะถือโอกาสไปเดินห้าง Funan Digital IT Mall เพื่อจะไปร้าน Computer Book Center ที่เป็นร้านหนังสือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แต่ระยะหลังๆร้านเล็กลงเรื่อยๆ ผมเองก็ไม่ได้ไปมา 2-3 ปีแล้ว และล่าสุดเปิดดูในเว็บไซต์ของ Funan Digital IT Mall ก็ไม่เห็นร้านนี้แล้วนอกจากที่ขายผ่าน e-commerce บนเว็บไซต์  http://www.compbook.com.sg/ เลยไม่แน่ใจว่าร้านนี้ยังอยู่ไหม ร้านหนังสือหลายๆร้านก็คงประสบปัญหาคล้ายๆกัน หลายคนก็คงทราบเหตุผลว่าส่วนหนึ่งมาจากการทำ e-Book และ e-commerce อย่าง Amazon.com ทำให้ร้านหนังสือที่เป็น Physical Bookstore อยู่รอดยากขึ้น

Screenshot 2014-11-02 11.06.35

รูปที่ 1 Amazon Marketplace Web Services สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์

แต่หลายคนอาจจะแปลกใจว่าเว็บไซต์ที่ทำ e-commerce ก็มีมากมาย หลายเว็บไซต์ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ทำไม Amazon ถึงได้ประสบความสำเร็จมากมายเริ่มจากขายหนังสือจนในปัจจุบันขายสินค้าทุกอย่างหลายสิบล้านรายการ ต่างกับ e-commerce รายอื่นๆอย่างไรที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่า ผมว่าที่ร้านหนังสือหลายแห่งที่เป็น Physical Bookstore ต้องปิดตัวเองไป ไม่ใช่เพึยงแต่ต้องสู้กับธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เป็นดิจิทัล แต่ต้องมาสู้กับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ของ Amazon ด้วย เพราะ Amazon ไม่ได้โตขึ้นมาเพราะสร้างนวัตกรรมและหาคู่ค้าด้วยตนเอง พูดง่ายๆ Amazon ไม่ได้เป็นผู้หาคู่ค้า (Partner) แต่คู่ค้าเป็นคนวิ่งมาหา Amazon เอง ผ่าน Amazon Marketplace Web Services หรือ APIs อื่นๆ คู่ค้าและนักพัฒนาโปรแกรมเป็นคนเลือก Amazon ทำให้ Amazon สามารถขยายตลาดได้ออกไปอย่างมากมายผ่านเว็บไซต์อื่นๆ และคู่ค้าก็ช่วยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆให้กับ Amazon โดย Amazon ไม่ต้องทำเอง

Screenshot 2014-11-02 11.46.01

รูปที่ 2  โมเดลธุรกิจของ Amazon [ภาพจาก Understanding the API Economy: How Your Business Can Benefit From APIs: Forrester]

Screenshot 2014-11-02 11.10.27รูปที่ 3  การขยายช่องทางธุรกิจของ Amazon ผ่าน APIs[ภาพจาก Winning in the API Economy]

เมื่อพูดถึง Web API หรือ API นั้นจะย่อมาจากคำว่า Application Programming Interface ที่หมายถึง การที่ทำให้ software component ที่อยู่ห่างกันเชื่อมต่อกันได้โดยผ่านเว็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบมีมาตรฐานเช่นใช้ XML หรือ JSON วิธีการทำ Web APIs ที่เป็นมาตราฐานก็คือการทำ Web Services โดยใช้ SOAP หรือ REST

Amazon ไม่ได้เป็นตัวอย่างธุรกิจเดียวที่ประสบความสำเร็จโดยใช้ APIs ธุรกิจบนโลกดิจิทัลจำนวนมากต่างก็ประสบความสำเร็จโดยใช้ APIs เพราะธุรกิจที่รันโดยใช้ซอฟต์แวร์จะโตได้ต้องมีนักพัฒนาโปรแกรมจำนวนมากและต้องการนวัตกรรมใหม่ๆตลอดเวลา การเปิด APIs ทำบริษัทมีการขยายตัวจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่อยู่นอกบริษัทและคู่ค้า ตัวอย่างของบริษัทที่เปิด APIs และประสบความสำเร็จอย่างมากก็มีอาทิเช่น Google, Facebook, Paypal, Netflix, Twitter หรือ BestBuy

  • Twitter หลายๆคนอาจจะนึกว่าเป็น Application หรือ ซอฟต์แวร์ แต่จริงๆแล้ว Twitter เป็น Platform ที่มี APIs ให้คนอื่นๆนำไปพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจัดการกับข้อมูลบน Twitter ได้ เราจะพบว่าผู้ใช้ Twitter น้อยคนที่จะเคยเข้าเว็บ twitter.com แต่โดยมากจะใช้ผ่าน App ที่พัฒนามากจาก Twitter APIs เช่น Tweet Deck

Screenshot 2014-11-02 11.14.13

รูปที่ 4 Twitter Platform

  • Best Buy ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอเมริกาก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เปิด APIs คู่ค้าของ Best Buy สามารถที่จะใช้ Best Buy APIs เพื่อมาดูข้อมูลสินค้า หรือสั่งซื้อสินค้าได้ คู่ค้าก็สามารถที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์หรือเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจาก Best Buy ผ่านเว็บไซต์ของตัวเองได้

Screenshot 2014-11-02 11.16.10

รูปที่ 5 BBYOpen เว็บไซต์สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะเข้ามาใช้ Best Buy APIs

  • Netflix เป็นผู้ให้บริการ Movie Online ซึ่งผู้ใช้บริการจำนวนมากในปัจจุบันอาจไม่ได้ดูภาพยนตร์จากเว็บ Netflix แต่เลือกที่จะดูผ่านอุปกรณ์ต่างๆเช่น smart TV, Apple TV, smartphone หรือ Tablet ซึ่งในปัจจุบันมีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่จำนวนมากและเพิ่มใหม่เรื่อยๆตลอดเวลา ถ้าจะหวังพึ่งให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Netflix ต้องมาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เล่น Netflix ได้กับทุกอุปกรณ์คงเป็นไปไม่ได้ ทาง Netflix ก็ใช้วิธีเปิด APIs เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเข้าถึงระบบของ Netflix ได้ ทำให้ในปัจจุบันมีอุปกรณ์มากกว่า 800 ชนิดที่สามารถเล่น Netflix ได้ โดยไม่ต้องพัฒนาเอง

Screenshot 2014-11-02 11.19.50

รูปที่ 6 Netflix Platform ที่ปัจจุบันมีอุปกรณ์ต่างเลือกได้กว่า 800 ชนิด [ภาพจาก Daniel Jacobson, Netflix Engineering Blog, July 9, 2012]

  • Dropbox เป็นอีกตัวอย่างของคู่ค้า Amazon ที่ใช้ Infrastructure ของ Amazon ที่เป็น storageในการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ โดยไม่ได้ลงทุน infrastructure ของตัวเอง แต่เรียกใช้ Amazon APIs ในการจัดการข้อมูลใน Amazon S3 Storage และบริษัท Dropbox เองก็เปิด APIs ต่อเพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเขียนโปรแกรมไปติดต่อกับ Dropbox ได้โดยไม่ต้องผ่านเว็บไซต์หรือ Application  ของ Dropbox เราจึงเห็นตัวอย่าง App บนมือถือของ Samsung ที่เมื่อเราถ่ายรูปแล้วขึ้นไปยัง Dropbox ได้โดยอัตโนมัติ

Screenshot 2014-11-02 11.24.23

รูปที่ 7 เว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการใช้ Dropbox APIs

  • การทำ APIs ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่วงการซอฟต์แวร์ แม้แต่ Nike ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่าง Nike FuelBand หรือ Nike Sportwatch ก็ต้องสร้าง Nike+ Platform  ที่มี APIs ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถเขียนโปรแกรมมาเรียกใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับ Samsung ที่มีนาฬิกา Samsung Gear  หรือ Google  ทีีออก Google Glass ต่างก็เปิด APIs ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้

Screenshot 2014-11-02 11.40.46

รูปที่ 8 เว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการใช้  Nike+ APIs

ในปัจจุบันมี APIs จำนวนมากที่เปิดให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาใช้ เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆหรือการมาเป็นคู่ค้าของบางธุรกิจที่ต้องการทำ B2B เราสามารถหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ชื่อ Programmableweb ที่รวบรวม APIs จากที่ต่างๆกว่า 12,720 แห่ง ซึ่งในปัจจุบันซอฟต์แวร์ใหม่ๆแทบทุกตัวเน้นที่จะเปิด APIs แม้แต่โปรแกรม Office 365 ที่เราใช้ทำเอกสารยังมี APIs ที่ให้เราสามารถเรียกดู สร้าง และเก็บเอกสารเช่น Word, Excel ได้โดยไม่ต้องผ่านเว็บไซต์หรือโปรแกรม Office ของ Microsoft

Screenshot 2014-11-02 11.34.04

รูปที่ 9 เว็บไซต์ Programmableweb

ที่เขียนมาทั้งหมดก็เพื่อที่จะบอกว่าโลกของซอฟต์แวร์ และธุรกิจกำลังเปลี่ยนไป ถ้าเราจะเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) มันไม่ใช่แค่ทำซอฟต์แวร์ แต่มันคือการทำ APIs  ยุคของดิจิทัลกำลังเข้าสู่ API Economy ที่กำลังเป็น Digital Revolution รอบที่สอง คราวหน้าจะมาเขียนตอนที่สองให้เห็นว่าการทำ APIs มีประโยชน์และกลยุทธ์อย่างไร

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s