การเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

วันนี้ของนำบล็อกเก่ามาเขียนใหม่ เพราะนึกถึงการบรรยายของผมในหัวข้อ “Technology Trends &  The Impact of Software Industry” เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ที่ผมได้รับเชิญจากสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) ให้ไปบรรยายให้กับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ฟังทั้งนี้สามารถที่จะ Download สไลด์ในการบรรยายได้จากที่ https://dl.dropbox.com/u/12655380/TechTrends.pdf

สไลด์มีทั้งหมด 119 หน้าโดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆ 5 ตอนคือ

  • IT Trends
  • Post-PC Era
  • Mobile Cloud Computing
  • The World in 2020
  • 12 Massive Changes That Will Transform The Software Industry Within 5 Years

ในส่วนแรกเรื่อง IT Trends ผมเริ่มจากการนำบทวิเคราห์บางแห่งที่ชี้ให้เห็นว่า ในอนาคตเราจะไม่รู้จักเทคโนโลยีหรือสิ่งของบางอย่างที่เราไม่ได้ใช้ในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างเช่น Wired Home Internet, Hard Drives, Mouse, Video Tapes, Paper Map เป็นต้น และแสดงให้เห็น Technology Trends ต่างๆที่วิเคราะห์มาจาก Gartner และที่อื่นๆ โดยสรุปให้เห็นว่า IT Trends ที่สำคัญก็คือ

  • Mobile Devices ที่จะมาสู่เรื่องของ (Bring Your Own Device : BYOD)
  • Cloud Computing
  • Social Network
  • Information (Big Data)

ในส่วนถัดมาจะพูดถึงว่าในปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุค Post-PC โดยเราได้ใช้  Mobile Devices ต่างๆเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงซอฟต์แวร์และอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์เหล่านี้ก็มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้อุปกรณ์ mobile devices มีแนวโน้มที่โตเพิ่มขึ้นทุกๆปี ทั้งในส่วนของ Smartphone และ Tabletโดยคาดการณ์ว่าจะมียอดขาย Smatphone ในปี 2014  ถึง 1.05 พันล้านเครื่องและยอดขาย Tablet ในปี 2016 ถึง 370 ล้านเครื่อง การเข้าสู่ยุค Post-PC ทำให้แนวโน้มการใช้ซอฟต์แวร์เปลี่ยนไป โดยคนจะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆดังนี้

  • ต้องสามารถใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ Notebook,Tablet,SmartPhone
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา และ ทุกอุปกรณ์
  • สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดชะงัก และข้อมูลไม่สูญหาย
  • คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน OPEX ไม่ใช่ CAPEX
  • เป็นบริการ (Service) ไม่ใช่ ผลิตภัณฑ์ (Product)

ในส่วนของ Mobile Cloud Computing ได้พูดถึงว่าการใช้ไอทีในปัจจุบัน Mobile Devices จะเป็นเพียง Front ที่จะเข้าถึง Application ที่อยู่่หลังบ้านที่อยู่บนระบบ Cloud Computing ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างปัจจุบันว่าคนจะใช้ Smartphone, Tablet หรือ Notebook เข้าถึง Application อย่าง Facebook, Gmail หรือ Google Apps และแนวโน้มของนักพัฒนาจะต้องทำ Applications ขึ้นสู่ Cloud Computingมากขึ้น โดยจะใช้บริการ Cloud ที่เป็น IaaS และ PaaS เพื่อที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็น SaaS ให้กับผู้ใช้ ทำให้โมเดลในการพัฒนาซอฟต์แวร์และการทำธุรกิจเปลี่ยนไป

ในหัวข้อถ้ดมาได้พูดถึง The World in 2020 จริงๆแล้วสไลด์ในส่วนนี้นำมาจากเว็บไซต์ FutureAgenda.org ที่เขาได้ไปสอบถามองค์กรระดับโลกถึง 1,500 องค์กรเพื่อที่จะศึกษาแนวโน้มว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในปี 2020  โดยมีข้อสรุปในสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือสิ่งที่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนสี่เรื่องคือ

  • ในปี 2020  เราจะมีประชากรของโลกเพิ่มขึ้นอีก 700 ล้านคน
  • ทรัพยากรบางอย่างจะมีน้อยลง และจะเกิดการแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและการเมือง
  • โลกจะเชื่อมต่อกันทั้งหมดผ่านเครือข่าย โดยเราจะมีอุุปกรณ์ที่ต่่ออินเตอร์เน็ตถึงห้่าหมื่นล้านชิ้น
  • เศรษฐกิจของโลกจะย้ายจากตะวันออกสู่ตะวันตก

และกลุ่มสองคือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเรื่องต่างๆ  6 ด้่านคือ Security, Locality, Health, Happiness, Wealth และ Mobility อาทิเช่น

  • การคาดการณ์ว่าคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น และงบประมาณด้านนี้จะสูงมาก
  • รัฐบาลจีนจะลงทุนสร้างราวรถไฟถึง 100,00 กิโลเมตร
  • เอเซียจะเป็น  Hub สำหรับสายการบินต่างๆแทนที่อเมริกา
  • ประชากรจะมาอยู่กันอย่างหนาแน่นในตัวเมือง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  •  Telecom Operator  จะทำหน้าที่เป็นผู้ระบุตัวตนของประชากร เสมือนหน่วยงานของรัฐเช่นกรมการปกครอง

(ข้อมูลของเว็บไซต์ FutureAgenda.org จะสอดคล้องกับวิดีโอคลิป How will be the world in 2020?  ข้างล่างนี้)

ในส่วนสุดท้ายเอามาจากเว็บ http://www.businessinsider.com// ที่จะพูดถึงสิ่งที่จะมีผลกระทบ 12 ด้านที่มีต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ใน 5 ปีข้างหน้า เช่นการพูดถึง Cloud Computing จะเปลี่ยนวิธีการซื้อซอฟต์แวร์ การใช้ Web App ทำให้ลดการผูกขาดของไมโครซอฟต์ เทคโนโลยี  mobile ทำให้เปลี่ยนแปลงการใช้ซอฟต์แวร์ และพูดถึงผลกระทบจาก Open Source และ Big Data ที่ผลต่ออุตสาหกรรมซอต์แวร์

10 การคาดการณ์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยปี 2556

เรามักจะเห็น Prediction เรื่องของแนวโน้มไอทีในโลกและภูมิภาคต่างๆของค่่ายวิจัยต่างๆทั้ง Gartner และ IDC ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะไกลตัวเราไปบ้าง ปลายปีก็มักจะมีสื่อมาถามผมว่าปีหน้าแนวโน้มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆท่านก็คงได้รับคำถามคล้ายๆกัน และตอบออกมาจากประสบการณ์ของตัวเอง ผมเองยังมองอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในปีหน้าว่ายังค่อนข้างสดใส และเศรษฐกิจในประเทศไทยก็น่าจะโตตามคาดการณ์ของสำนักวิจัยต่างๆ แม้ในระยะยาวเราอาจจะเจอปัญหาจากนโยบายประชานิยมที่อาจทำให้มูลค่าหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม โดยมีคาดการณ์ต่างๆดังนี้

  • ตลาดซอฟต์แวร์ในปีหน้าจะโตที่สุดในกลุ่มของ Telecom อันเนื่องมาจากการลงทุนของ Operator ต่างๆที่ได้สัมปทาน 3G  ซึ่งจะต้องมีการลงทุนในด้าน IT Infrastructure ทั้ง Software และ Hardware เป็นจำนวนมาก แต่ ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ก็คงยังเป็นซอฟต์แวร์จากตลาดต่างประเทศ อีก  Sector หนึ่งที่น่าจะตลาดซอฟต์แวร์น่าจะขยายตัวขึ้นคือ FSI (Financial Security และ Insurance)  เพราะจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และจะมีความต้องการของลูกค้าที่จะเป็น Mobile และ บริการแบบ 24×7  มากขึ้น

3GNTB

  • ยอดขายของ  Tablets และ  Smartphone จะเพิ่มขึ้นไปอีกตามการคาดการณ์ของ IDC และ Gartner  คนในกรุงเทพจะเริ่มเข้าถึงอินเตอร์เน็ตโดยใช้อุปกรณ์โมบายมากกว่าพีซี จึงจะทำให้ตลาด   Mobile Applications  ในประเทศโตขึ้น องค์กรหลายแห่งจะเริ่มมีการทำกลยุทธ์ Mobile ขององค์กร เพื่อแข่งกันให้บริการลูกค้า
  • Cloud Computing จะเป็นกระแสที่แรงอยู่ และองค์กรบางแห่งจะเริ่มพัฒนา  Private Cloud แต่ความเข้าใจเรื่อง  Cloud ที่แท้จริงในประเทศก็คงยังน้อยอยู่ คนใช้ไอทีจะใช้  Public Personal  Cloud  ของต่างประเทศมากขึ้น แต่องค์กรต่างๆในประเทศอาจยังไม่พร้อมที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้น Cloud  ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาเรื่องของการขาดบุคลากร และความไม่พร้อมเรื่องกฎระเบียบในประเทศ

cloud-wharton2-300x176

  • บริษัทซอฟต์แวร์ไทยจะเริ่มมีการพัฒนา Application ขึ้น Cloud Platform ของต่างประเทศมากขึ้น และคาดการณ์ว่า Platform ที่บริษัทจะพัฒนามากที่สุดคือ Microsoft Azure  ทั้งนี้เนื่องจาก  Microsoft จะให้การสนับสนุนที่ดีกว่าค่ายอื่นๆ ขณะที่ PaaS อื่นๆเช่น Amazon, Google App Engine และ  Force.com จะยังไม่มีการสนับสนุนจาก Vendor โดยตรง นอกจาก Online Support  
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย จะสนใจพัฒนา Mobile Application มากขึ้น แต่จำนวนของ iOS Developer ก็คงยังมีไม่มากนัก แต่อาจเห็นจำนวนของ  Android Developer  มากกว่า และที่น่าจับตามองคือ  Windows 8 Developer ที่น่าจะได้แรงหนุนที่ดีจาก Microsoft ส่วนตลาดของ BB10 ก็คงยังไม่แรงพอ แม้จะมีแรงสนับสนุนอย่างมากจาก RIM ก็ตาม 

windows8 Phone

  • โปรเจ็คในภาครัฐก็คงยังวนเวียนอยู่กับกระแสของ  One Tablet Per Child และ Government Cloud   ซึ่งสุดท้ายแล้วคงยังไม่มีโอกาสมากนักสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์เล็กๆในบ้านเรา แต่อาจเก็บตกโปรเจ็คด้าน e-Learning/Mobile Apps บางส่วนจากโครงการ Tablet ไปได้บ้าง ส่วนโปรเจ็คใหญ่ๆก็คงยังไปที่  SI รายใหญ่ๆในประเทศเรา ส่วน Freelance หรือบริษัทซอฟต์แวร์เล็กๆก็อาจ  Sub Project ไปได้บ้าง
  • นโยบายรถคันแรกจะทำให้ตลาด e-Commerce และ  Online  ขยายตัวขึ้นมาก เพราะผู้คนจะเบื่อหน่ายกับการเดินทาง คงจะเห็นความต้องการ  Application ที่ให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสาร ทำงาน และ ทำธุรกรรม ได้ ทุกที่ทุกเวลามากขึ้น

Tesco-Homeplus-Subway-Virtual-Store-in-South-Korea-1

  • ตลาดส่งออกซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจก็ยังคงเป็นกลุ่มของ Embedded System  ที่อาจเห็นบริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลีมาจ้างบริษัทซอฟต์แวร์ไทย แต่จำนวนบริษัทที่ทำในด้านนี้ของบ้านเราอาจมีไม่มากนัก แต่ก็จะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ดี แม้จะหาบุคลากรค่อนข้างยาก
  • เราจะยังมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์เช่นเดิม ทั้งนี้เนื่องจากหลักสูตรที่สถาบันการศึกษาต่างๆผลิตบัญฑิตออกมาจะไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้าน Cloud Computing
  • สุดท้าย บริษัทซอฟต์แวร์ไทยก็จะมีอยู่สองกลุ่มที่ชัดเจนคือ กลุ่มที่เป็น Start-up แต่อาจมีนวัตกรรมใหม่ๆที่ใช้ Emerging Technology  ซึ่งจะเริ่มบุกไปตลาดต่างประเทศ แต่อาจต้องการเงินทุน ซึ่งเราจะเริ่มเห็น Venture Capital ทั้งในและต่างประเทศมาลงทุนกับกลุ่มนี้มากขึ้น กับอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่สามารถรับโครงการใหญ่จากหน่วยงานต่างๆได้ แต่อาจไม่ได้เน้นเรื่องของนวัตกรรมมากนัก

10 บริษัทซอฟต์แวร์ Startup ที่โดดเด่นปี 2012

ปีนี้เป็นปีทองของบริษัทซอฟต์แวร์ที่เป็นกลุ่ม Startup  ในบ้านเรา เราเห็นบริษัท Startup หลายๆบริษัท ประสบความสำเร็จในเวทีประกวดทั้งในและต่างประเทศ เราเห็นความตื่นตัวของกลุ่ม Startup ในบ้านเราที่มีการรวมตัวกันของชุมชนต่างๆ เรามีทีมงานที่เป็นสื่อที่จะกระตุ้นและให้ความรู้กับกลุ่ม Startup ทั้งกลุ่ม Thumpsup  EggIdea หรือ Disrupt University ของคุณกระทิง พูนผล  และก็มี Co-working Space เกิดขึ้นใหม่ในเวลาใก้ลเคียงกันถึงสองที่คือ Hubba ที่เอกมัย และ LaunchPad ที่สาทร นอกจากเราก็ยังมีงาน Startup Pitching อีกหลายครั้งทั้งที่จัดโดย  Thumpsup, Software Park, Hubba และ  AIS

มีหลายๆบริษัทที่โดดเด่นในปีนี้ ซึ่งผมคิดว่าคงมีมากมายกว่าที่ผมสรุปได้ แต่ขออนุญาตสรุปจากมุมมองของผมที่ได้เจอบริษัทต่างๆว่ามีรายใดบ้างที่โดดเด่น

1) OokBee ผมรู้จักตัวตนของ  OokBee ครั้งแรกก็ในงานสัมมนาของ Software Park เมื่อเกือบปลายปีแล้ว แม้ผมจะใช้ Software ของพวกเขามาตลอด เพราะเป็นหนึ่งคนที่ซื้อหนังสือออนไลน์ทาง B2S BookStoreและอีกหลายๆแพลต์พอร์มที่ผลิตโดย OokBee แต่ที่ผมยอมรับว่าพวกเขาเก่งกันมากๆก็คือเขามี Users อยู่นับล้านคนและมาใช้  Cloud Platform  ทั้งของ Microsoft และ Amazon และที่สำคัญ OokBee เป็นบริษัทรายแรกที่ได้รับเงินลงทุนจากโครงการ  InVent ของกลุ่ม อินทัช จำนวนว 57.48 ล้านบาท

OOKBEE-Winning-Awards

2) iLertu จริงๆชื่อนี้เป็นชื่อ Product ของบริษัท Arunsawad.com ผมถือว่าปีนี้เขาโดดเด่นมากเพราะ เขากวาดรางวัลต่างๆไปหมดทั้ง APICTA 2012, โครงการ 84 พรรษาของ SIPA และล่าสุดโครงการนวัตกรรมวณิชย์ที่ได้รางวัลอีกรวม 1 ล้านบาท บางคนอาจตั้งคำถามว่า Arunsawad  เป็นบริษัท  Startup จริงหรอ? ถึงแม้ว่าเขาจะเปิดมาหลายปีแล้ว แต่ผมว่า Product นี้มันเหมือนกับว่าทำให้บริษัทเขาเพิ่งเริ่มเกิดได้จริง และเป็น Product ที่มีนวัตกรรมขึ้นอยู่บน Cloud ของ Microsoft

Screen Shot 2555-12-29 at 9.20.33 PM

3) Builk.com คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกรายที่โดดเด่นในปีนี้ เพราะเว็บไซต์การบริหารงานก่อสร้างอันนี้ Go Inter ไปแล้ว หลังจากชนะ  APICTA 2011 เมื่อปีที่แล้ว  ปีนี้  CEO คุณผไทก็ไปได้รางวัลชนะเลิศ  Startupในงาน Echelon 2012 ที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิถุนายน ต้องยอมรับครับว่าผมเจอ  Builk.com ครั้งแรกงานประกวดเจ้าฟ้าไอทีเมื่อสองปีก่อน ยังงงกับ   Business Model ของเขา แต่วันนี้เห็นก้าวหน้่าไปได้ดี สามารถที่จะบุกไปขายที่ประเทศอื่นๆอย่าง อินโดนีเซีย ได้ก็ดีใจกับเขาครับ

Screen Shot 2555-12-29 at 8.35.55 PM

4) ShopSpot เป็นแอปพลิเคชันที่ตั้งตัวเป็นศูนย์กลางของคนที่อยากขายของและอยากซื้อของ ซึ่งทำทุกอย่างผ่านสมาร์ทโฟน ผมจะได้ยิน App ตัวนี้บ่อยมากเพราะตั้งแต่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากงาน AIS Startup Weekend เมื่อปีที่แล้ว ทาง AIS ก็หมายมั่นปั้นมือเต็มที่ โดยการส่งไปร่วมโครงการ JFDI-Innov8 Bootcamp ถึงประเทศสิงคโปร์ และได้ข่าวว่าได้รับความสนใจจาก Venture Capital หลายๆราย

5) FreeHap ผมเริ่มรู้จักน้องที่พัฒนาโปรแกรมนี้เมื่อปีที่แล้ว เห็นความตั้งใจของพวกเขาที่จะ  Go Inter และเห็นแนวคิดในการที่แชร์ความรู้สึกให้กับคนที่รอบข้างผ่าน  Smartphone ผมเจอเขาในงานประกวดหลายๆงานทั้ง AIS Startup Weekend, Software Park Startup Pitching, Thumpsup ที่ Microsoft และล่าสุดงานนวัตกรรมวณิชย์ของ SIPA โปรแกรมนี้ได้รับการกล่าวถึงบ่อยครั้งจากหลายๆกลุ่ม ผมเชื่อว่าเขามีโอกาสที่ดีในอนาคต


6) Wongnai โปรแกรมแนะนำร้านอาหารที่อยู่อุปกรณ์  Smartphone และTablet ตัวนี้มีความน่าสนใจ ผมเริ่มรู้จักเขาในงาน  Google I/O เมื่อเดือนมิถุนายน และเห็นเขานำเสนองานจนได้รับรางวัลชนะเลิศงาน ขุนศึก-ซามูไร StartUp Pitching ที่ Software Park และมีโอกาสพาเขาไปทำ Business Matching ร่วมกับสสว.ที่ประเทศญี่ปุ่น ดูแล้วผมว่าน่าจะเป็น App ที่มีอนาคตที่ดี

Screen Shot 2555-12-29 at 9.27.41 PM

7)  Thorfun.com “ทอฝัน”เป็นเว็บที่ผมอาจเพิ่งรู้จักไม่นาน และเป็นหนึ่งที่ผมตัดสินให้ชนะเลิศนวัตกรรมวณิชย์ของ SIPA ในปีนี้ และปีที่แล้วก็ชนะเลิศรางวัล  Business Innovation ของบริษัทสามารถ เจ้าของเป็นบัณฑิตที่เพิ่งจบจากวิศวกรรมคอมที่จุฬา และทำเว็บนี้เพื่อให้ Users มีความสุขจากการได้ใช้ Social Network ในรูปแบบของการแชร์ เขียน และอัพโหลดภาพที่ถูกใจ ไปพร้อมๆ กับการมีรายได้จากเว็บไซต์ มีหลักเกณฑ์ในการแบ่งรายได้ให้กับผู้ใช้งานจากรายได้จากค่าโฆษณา และจากแคมเปญการตลาด นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนจากสิงคโปร์สนใจเข้ามาร่วมลงทุนด้วยแล้วงบประมาณ 60 ล้านบาท

torgun

8) Innovation Plus หลายๆคนอาจยังไม่ได้ยินชื่อบริษัทนี้มากนัก เพราะเป็นบริษัทเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่ Software Park  ที่ทำ  Mobile Apps แต่ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศพร้อมรางวัลหนึ่งล้านบาทจากการประกวดนวัตกรรมวณิชย์ของ SIPA บริษัทนี้ทำ Product  ที่ชื่อ MAYAR ที่ทำด้าน  AR ให้กับลูกค้าหลายๆราย

e0b897e0b8b5e0b8a1-mayar

9) Gotit โปรแกรมบนมือถือสำหรับ นักช๊อป นักชิม ที่ช่วยเรื่องของการสะสมแต้มร้านค้าต่างๆ ที่ต้องกล่าวถึง App นี้ก็เพราะได้แรงหนุนที่ดีจาก AIS และก็มีร้านค้าหลายๆแห่งร่วมเข้าโครงการเช่น Dunkin Donut และ  Au Bon Pain

Screen Shot 2555-12-29 at 9.17.14 PM

 10) บริษัทสุดท้าย คงไม่ใช่ Startup Software แต่ผมอยากให้เครดิตกับกลุ่มที่ช่วยสนับสนุน Startup  ในปีนี้ที่ คือ Thumpsup เพราะพวกเขาช่วยทำหลายสิ่งหลายอย่างทีดีให้กับ Startup ในปี2012

Screen Shot 2555-12-29 at 9.24.59 PM