กฎห้าข้อของการทำงานในยุคใหม่: ชีวิตการทำงานของเรากำลังเปลี่ยนไป

caaa296c-9057-4bbf-9a8b-bb1da5367e30

เทคโนโลยีดิจิทัลนอกจากเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันเราแล้ว ก็ยังมีผลต่อการเปลี่ยนวิถึการทำงานของผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มอยากมีความเป็นอิสระในการทำงาน ไม่อยากทำงานประจำ ไม่ต้องการเดินทางหลายคนอยากทำงานหลายๆงานพร้อมกัน หรือบางทีก็อยากทำงานแบบ part-time เมื่อเร็วๆนี้ผมได้อ่านบทความใน BBC ที่พูดถึงเรื่อง The five new rules of work ที่อ้างถึงข้อเขียนของ Naomi Simson ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีอย่าง RedBalloon และ REDii ซึ่งน่าสนใจมากและได้เล่าถึงกฎกติกาการทำงานในรูปแบบใหม่ที่อยากจะนำมาถ่ายทอดในที่นี้

กฎเดิมข้อที่ 1) เราจะติดต่อกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าในที่ทำงานทุกวัน
กฎใหม่) สถานที่ทำงานในยุคใหม่จะอยู่ตามที่เราอยากอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้

รูปแบบเดิมเราอาจต้องเข้าที่ทำงานทุกวันรู้จักหน้าและสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงาน การทำงานยุคใหม่เพื่อนร่วมงานอาจอยู่ทั่วโลกเราอาจจะไม่รู้จักหน้าตาหรือชื่อของผู้ร่วมงานแต่เราอาจจดจำเขาจากชื่ออีเมลหรือชื่อ Facebook ของพวกเขา เราอาจนั่งทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ในเมืองไทยแต่หัวหน้าโดยตรงของเราอาจอยู่ต่างประเทศ คนที่มีประสบการณ์ทำงานบริษัทข้ามชาติในบ้านเราก็มักจะคุ้นเคยกับการทำงานแบบนี้ดี

กฎเดิมข้อที่ 2) เราจะทำงาน 5 วันๆละ 8 ชั่วโมง
กฎใหม่) เราพร้อมที่จะทำงานตามความต้องการของเราตลอดเวลา (7 วัน 24ชั่วโมง)

ทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ทำ แต่เราคงต้องสามารถที่จะรับโทรศัพท์เรื่องงานได้ตลอดเวลา บางครั้งอาจจำเป็นต้องโต้ตอบเรื่องงานผ่าน Social Media Tool อย่าง Line แม้แต่เวลากลางคืนหรือขณะอยู่บนรถไฟฟ้าบางครั้งผมเองก็ต้องมาตอบอีเมลก่อนเข้านอน หรือแม้แต่ดึกๆแล้วก็อาจต้องมาเตรียมสไลด์สำหรับการเสนองาน เขียนบล็อกหรือโพสต์ข้อความใน Facebook ขององค์กรในเวลาเช้ามืด บางครั้งก็ต้องทำconference call กับเพื่อนร่วมงานตอนดึกๆ การทำงานไม่มีขอบเขตเวลาที่แน่นอนและจะมีงานต่างๆให้ทำตลอดเวลา

กฎเดิมข้อที 3) เราจะเป็นพนักงานองค์กรหนึ่งแบบเต็มเวลา
กฎใหม่) เราอาจทำงานหลายงานพร้อมกันเปลี่ยนโปรเจ็คไปเรื่อยๆและอาจมีนายจ้างหลายรายพร้อมกัน

การทำงานยุคใหม่จะดึงคนที่มีความสามารถในแต่ละด้านมาทำงานร่วมกันชั่วควารเมื่อหมดโปรเจ็คก็อาจแยกย้ายกันไป คนจะทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันและเมื่อเสร็จจากงานหน่วยงานหนึ่งก็จะไปทำงานโครงการต่อไป ลักษณะงานบางทีเป็นสัญญาจ้างหรือทำงานแบบ Part-time

กฎเดิมข้อที่ 4) การทำงานและชีวิตส่วนตัวแบ่งแยกอย่างชัดเจน
กฎใหม่) เส้นแบ่งระหว่างโลกส่วนตัวกับการทำงานจะหายไป

โลกการทำงานในยุคใหม่เน้นเรื่องการทำงานทุกที่ ทุกเวลา เช่นกันคนเราก็อยากใช้ชีวิตส่วนตัวเพื่อความสุขและสังคมส่วนตัวตลอดเวลา เดิมเรามีคำว่าวันหยุดและวันทำงานที่ชัดเจน แต่ตอนนี้เราจะเริ่มแยกยากขึ้น ข้อสำคัญคนจะทำงานเพราะมีแรงบันดาลใจและมีความสุขกับการทำงานจึงไม่มีความรู้สึกว่าคืองาน ขณะเดียวกันก็จะต้องบริหารเวลาส่วนตัวให้ดีที่บางครั้งมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับงาน เราอาจทำงานไปแล้วเดิน shopping หรือไปทำธุระส่วนตัวพร้อมกัน บางครั้งเราอาจยังต้องทำงานแม้จะไปพักผ่อนชายทะเล

กฎเดิมข้อที่ 5) เราทำงานเพราะต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
กฎใหม่) เราทำงานเพราะมีความอยากกระตือรือร้นที่จะทำและรักที่จะทำ

สมัยก่อนเรามักจะได้ยินคำว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” มันเป็นคำพูดที่สอนให้คนทำงานเพราะเงินแม้อาจจะไม่รักกับงานที่ทำ โลกในยุคใหม่เราทำงานที่ไหนก็ได้ เพื่อนร่วมงานอาจไม่รู้จักกันเลยอยู่คนที่ เราทำงานได้ตลอดเวลาและอาจไม่ใช่พนักงานประจำ ดังนั้นเราคงต้องทำงานด้วยความรักที่จะทำ อยากเห็นผลสำเร็จของงาน

2015-02-01-Nest-by-AIA-3-1050x700

จากที่สรุปมาให้อ่านนี้ก็เพื่อที่อยากทำความเข้าใจว่าการทำงานยุคใหม่ ที่เราบอกว่าจะทำที่ไหน ทำเวลาไหนก็ได้ โดยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าเราจะทำงานสบายขึ้น การไม่ต้องมาที่ทำงานก็อาจทำให้เราต้องทำงานมากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้ แต่ข้อสำคัญถ้าทำในสิ่งที่ชอบด้วยวิธีการทำงานแบบใหม่เราคงได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ธนชาติ นุ่มนนท์
IMC institute
สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI)

Bank of the Future: เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนโลกของสาขาแบงค์

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบไปธนาคาร อาจเป็นเพราะว่าไม่ชอบการรอคอยหรือเสียเวลาในการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ และในเมื่อธุรกรรมเกือบทุกอย่างผมสามารถทำได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและตู้เอทีเอ็ม แล้วทำไมผมจะต้องเสียเวลาไปธนาคารละครับ เมื่อเร็วๆนี้ผมได้ดูข่าวทีวีช่อง CNN และพูดถึง Bank of the Future ที่ระบุว่าในปัจจุบันคนทำธุรกรรมออนไลน์หมดแล้วสาขาแบงค์จะเป็นอย่างไร พร้อมกับแสดงตัวอย่างให้เห็นสาขาธนาคารบางแห่งที่ได้แนวคิดจาก Apple Store มาใช้ สาขาธนาคารบางแห่งกลายเป็นร้านขายของ บางแห่งมีที่ให้นั่งทานกาแฟ บางแห่งมีห้องประชุมให้เช่าใช้ และบริการกับลูกค้าทุกรายแม้จะไม่ใช่ลูกค้าของธนาคารก็ตาม (Link ข่าว CNN เรื่อง Apple Store inspires ‘bank of the future)

Screenshot 2015-01-27 09.06.55

รูปที่ 1  ภาพสาขาธนาคารจากรายงานข่าว Bank of the Future  ของ CNN

ผู้คนหลายๆประเทศทั่วโลกหันมาใช้ Internet Banking และ Mobile Banking มากขึ้น เพราะสะดวกสบายกว่า และสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา ข้อมูลจากสำนักวิจัย Capgemini เมื่อปี 2012 คาดการณ์ว่าในปี 2015 จำนวนผู้ใช้ Internet Banking ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 91.7% และจำนวนผู้ใช้ Mobile Banking จะเพิ่มเป็น 62.3% ทั้งที่ในปี 2011 ยังมีผู้ใช้ Mobile Banking เพียง 39.9%  ซึ่งทาง Juniper Research ก็คาดว่าจำนวนผู้ใช้  Mobile Banking จะมีถึงหนึ่งพันล้านคนสิ้นปี2017 นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของบริษัทวิจัย  Nielsen ที่ระบุว่าในปัจจุบันผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกากว่า 82% ใช้ Online Banking อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือเคยมีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าคนในประเทศสวีเดนกว่า 96% นิยมทำธุรกรรมด้วยตัวเองและกว่า 88% ไม่เคยไปธนาคารเลยในรอบ 12 เดือน

Screenshot 2015-01-27 14.40.46

รูปที่  2  แนวโน้มการใช้ Online Banking และ Internet Banking ทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยมีตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยทีออกมาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วระบุว่ามีบัญชีธนาคารที่เป็น Internet Account ในประเทศ 8,943,950 บัญชี โดยมีวงเงินการทำธุรกรรมถึง 1,705 พันล้านบาท และเป็น Mobile Internetอีก 3,711,382 บัญชี โดยมีวงเงินการทำธุรกรรมผ่านโมบาย 129 ล้านบาท นอกจากนี้ยังผลการสำรวจของของบริษัท Bain ในปี 2012 ที่สำรวจผู้ใช้บริการจากธนาคารจำนวน 150,100 คนจาก 14  ประเทศทั่วโลกพบว่าหลายประเทศในเอเซียมีอัตราการใช้บริการ Mobile Banking ที่สูงกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเองมีอัตราการใช้ 24% (ข้อมูลจากการสำรวจผู้ใช้ 1,300 คน) และมีการใช้  Online Banking สูงถึง 73%

Screenshot 2015-01-27 14.16.47

รูปที่ 3 ผลสำรวจอัตราการเข้าใช้บริการ  Mobile Banking ใน 14 ประเทศทั่วโลก

Screenshot 2015-01-27 13.58.26

รูปที่ 4 ผลสำรวจอัตราการเข้าใช้บริการของลูกค้าธนาคารในประเทศไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 1,300 ค

ในปัจจุบันผมใช้ Internet Banking อยู่ประมาณ 5 ธนาคาร สมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารเหล่านั้นผมแทบไม่เคยอัพเดท บางบัญชีสมุดอยู่ไหนแล้วผมไม่เคยทราบ การทำธุรกรรมเกือบ 100% ผมเลือกที่จะทำออนไลน์ แม้แต่การถอนเงินสดออกมาผมก็เลือกที่จะทำผ่านตู้ ATM ผมมีบัญชีธนาคารสองแห่งที่ใช้ประจำเลยเลือกที่จะมี Mobile Banking เพราะมันสะดวกกว่าที่จะต้องมาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อมาทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ก็เลือกใช้งาน Mobile Banking ในเฉพาะบางธุรกรรมที่เหมาะสม ผมเองใช้บัตรเครดิตอยู่และข้อมูลการทำธุรกรรม การเรียกเก็บเงินต่างๆของบัตรเครดิตทุกใบผมจะใช้ระบบออนไลน์ ทำให้เราทราบการใช้จ่ายได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอให้บริษัทบัตรเครดิตส่ง Statement มาในตอนปลายเดือน (ซึ่งทุกวันนี้ก็เลือกที่จะให้ส่งมาทางอีเมล์ ไม่ใช่ในรูปของกระดาษหรือจดหมายแล้ว) สุดท้ายแม้แต่การทำธุรกรรมเงินกองทุนของธนาคารต่างๆที่ผมใช้บริการไม่ว่าการซื้อขายกองทุนรวม กองทุน LTF และ RMF ผมก็เลือกใช้บริการออนไลน์รวมถึงการใช้บริการของ WealthMagik ที่ช่วยให้ผมเห็นภาพรวมของกองทุนทั้งหมดของทุกธนาคาร

Screenshot 2015-01-27 15.06.39

รูปที่ 5 เว็บไซต์ WealthMagik

ผมมักจะเจอคำถามว่าใช้ Internet Banking ไม่เสี่ยงหรือ จริงๆผมใช้มาสิบกว่าปีแล้ว ถามว่าเคยผิดพลาดไหมก็ยอมรับว่าเคย แต่ถ้าถามต่อว่าเพราะอะไรก็ต้องตอบว่าเกิดจากการทำธุรกรรมที่ผิดพลาดของตัวเองเช่น ชำระค่าบริการผิดที่,โอนเงินไปผิด หรือซื้อกองทุนผิด โดยมากก็เพราะเราไม่รอบคอบ แต่การทำผิดพลาด 2-3 ครั้งนี้ธนาคารก็ให้บริการแก้ปัญหาให้อย่างดี ทำธุรกรรมเป็นพันๆครั้งอาจมีความผิดพลาดบ้างแต่มันก็เป็นบทเรียนให้เรารอบคอบยิ่งขึ้น วันนี้ถ้าเราไม่ใช้ Online Banking เราก็คงเริ่มตกยุคเพราะธนาคารทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป มันก็เหมือนกับสมัยก่อนที่เราอาจเคยเก็บเงินไว้ในบ้าน พอยุคต่อมาเราก็ต้องนำฝากธนาคารเชื่อครับคนยุคนั้นก็กลัวว่าเงินไม่ได้เก็บไว้กับเราจะปลอดภัยไหม การใช้ Online Banking ก็มีความเสี่ยงในเรื่องของ user, password การใช้ Public WIFI หรือขั้นตอนการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องตระหนักและป้องกันไว้ ซึ่งการทำธุรกรรมทุกอย่างแม้แต่ไม่ใช่ออนไลน์ถ้าเราไม่ระมัดระวังก็มีความเสี่ยง เผลอๆบางอย่างที่ทำบนโลกออนไลน์อาจช่วยให้เราลดความเสี่ยงด้วยซ้ำ ช่วงนี้ผมมักจะตอบกลับอย่างขำๆเวลาคนมาถามเรื่องความเสี่ยงบน online Banking ว่า “ที่สถาบันการศึกษาบางแห่งมีเงินหายเป็นพันล้านนี่มันเกิดจากการทำ Online Banking ไหมครับ ในทางกลับกันถ้าเขาใช้ Online Banking ในการดูยอดเงินฝาก แทนที่จะดูจากสมุดเงินฝาก เผลอๆอาจเห็นความผิดปกติตั้งนานแล้ว

การเข้ามาของ Digital Banking คงไม่ได้ทำให้สาขาธนาคารหายไป แต่อาจมีจำนวนน้อยลงและคงต้องปรับรูปแบบ สาขาธนาคารคงไม่ใช่มีไว้แค่ทำธุรกรรมง่ายๆอย่างแค่ ฝาก ถอน โอนเงิน หรือชำระเงินค่าบริการสินค้า แต่พนักงานของสาขาธนาคารคงต้องเข้าใจลูกค้าดีขึ้น ลูกค้าเหล่านั้นคงใช้งาน online Banking เป็นประจำ แต่เขาจะมาสาขาเพื่อขอคำแนะนำการบริการด้านการเงินต่างๆ ขอความรู้การซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของธนาคารเช่นกองทุน มาขอสินเชื่อบางอย่างที่อาจไม่ทำในโลกออนไลน์ได้ ธนาคารในอนาคตต้องมีข้อมูล CRM ลูกค้าอย่างดี ต้องมีความสามารถในทำ customer segmentation หรือการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลต่างๆทั้งภายในและภายนอกธนาคาร เผลอๆสาขาธนาคารอาจกลายเป็นร้านกาแฟให้ผมมานั่งดื่มกับเพื่อนฝูง และคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อสอบถามข้อมูลการเงินกางทุนก็เป็นไปได้

เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนธนาคาร ทาง Capgemini และก็ข้อมูลจากแหล่งอื่นๆก็ระบุแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีของธนาคารอยู่ 4 เรื่องคือ

  • การใช้ Mobile Banking จะเพิ่มขึ้นอย่างมากโดย Internet Banking จะเป็นเรื่องปกติ
  • การใช้จ่ายผ่าน Mobile  Payment จะมีมากขึ้น รวมถึงจะมีการใช้ Mobile Remote Deposite Capture ทำให้ลดการใช้ Cheque ที่เป็นกระดาศ
  • Social Media และ Analytic Tools จะถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ลูกค้ามากขึ้น
  • ช่องทางการบริการธุรกรรมธนาคารจะมีความหลากหลายมากขึ้นผ่านอุปกรณ์ต่างๆและเชื่อมโยงกันหมดทั้ง  Mobile, Tablet รวมไปถึง Internet of Things อย่าง smart TV

ทั้งหมดนี้ผมก็เขียนมาจากมุมมองของผมที่เป็นลูกค้าและผู้ใช้บริการของธนาคาร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้แต่อย่างไร

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

Screenshot 2015-01-27 15.22.09

กลยุทธ์ Big Data สำหรับประเทศไทย

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา IMC Institute จัดแถลงข่าวเรื่อง Big Data Trends โดยผมได้ชี้ให้เห็นว่าในช่วง 2-3 ปีนี้เราจะเห็นถึง Mega-Trends ทางด้านไอทีอยู่  3 อย่างคือ

Screenshot 2015-01-25 16.04.17

รูปที่ 1  IT Mega Trends 2015

  • Internet of Things  อุปกรณ์ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะไม่จำกัดอยู่แค่ เครื่องพีซี Smartphone หรือ  Tablet แต่จะรวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆตั้งแต่นาฬิกา, wearable technology, เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของต่างๆ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ถึง 50,000 ล้านชิ้นในปี 2020
  • Cloud Computing ระบบการประมวลผลจะขึ้นบนอินเตอร์เน็ตมาจากที่ใดก็ได้ และข้อมูลจะตามเราไปทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์
  • Big Data เมื่อมีอุปกรณ์ต่ออินเตอร์เน็ตมากขึ้น ข้อมูลก็จะมากขึ้น จะมีหลายรูปแบบ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่าจะมีข้อมูลมากถึง 35 ZByte ในปี 2025 ดังนั้นต่อไปใครที่สามารถนำข้อมูลมหาศาลเหล่านี้มาวิเคราะห์ได้ก็จะได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

กระแสเรื่อง Big Data เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ Big Data ไม่ใช่แค่เรื่องของไอที ไม่ใช่แค่มองเรื่องของการเก็บข้อมูล แต่เป็นเรื่องของทางด้านธุรกิจและผู้ใช้ที่จะมองวิธีการในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และคาดการณ์ต่างๆเพื่อให้ได้ประโยชน์ จึงไม่แปลกใจที่เห็นบริษัท E-Commerce รายใหญ่ๆในโลกสามารถวิเคราะห์ข้อมูลคาดการณ์นำเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าได้ ธนาคารบางแห่งสามารถใช้ Big Data มาช่วยในการวิเคราะห์เครดิตของลูกค้าที่จะขอสินเชื่อ หรือแม้แต่บริษัทผู้ให้บริการมือถือก็สามารถใช้ Big Data มาช่วยในการแบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)

IDC ได้คาดการณ์มูลค่าตลาดของ Big Data ในปี 2014  ว่าสูงถึง 16.1  พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ตลาดของ Big Data ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกโดยไม่รวมประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ไว้ที่  1.61  พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโตกว่าปีที่แล้วถึง 34.7% นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์จากบริษัทวิจัยอย่าง Researchbeam ระบุว่ามูลค่าตลาดของ Hadoop หนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ Big Data จะโตจาก 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2012 เป็น 50.2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020

แต่ปัญหาที่หน่วยงานต่างๆจะเจอในเรื่องของ Big Data คือการขาดบุคลากรและขาดข้อมูล Gartner เองระบุว่าในปีนี้จะมีตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ Big Data ทั่วโลกถึง 4.4 ล้านตำแหน่ง แต่คงสามารถที่จะหาคนเข้าทำงานได้เพียง 1 ใน 3 ของตำแหน่งงาน และทาง IDC ก็ระบุถึงตำแหน่งงานทางด้าน Analytics ในสหรัฐอเมริกาว่าจะมีถึงสองแสนตำแหน่งในปี  2018 นอกจากนี้ยังพบว่าในปัจจุบันองค์กรใหญ่ๆเกือบ 70% ต้องซื้อข้อมูลจากภายนอกมาวิเคราะห์และคาดว่าในปี 2019 ทุกองค์กรใหญ่ๆคงต้องซื้อข้อมูล

เรื่อง Big Data ก็เป็นเรื่องที่ประเทศใน  ASEAN ให้ความสำคัญ รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งเป้าตั้งแต่ปลายปี  2013 ว่าจะเป็นฮับทางด้านนี้โดยเฉพาะการทำ Big Data Analytics โดยมีการตั้ง Big Data Innovation Center  ส่วนทางนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย Najib Razak  ก็ได้ประกาศนโยบาย Big Data Analytics (BDA)ในปลายปี 2014  โดยวางแผนการทำ Pilot Project ในปีนี้ 4 เรื่อง และวางแผนระยะยาว 7 ปีดังรูป

Screenshot 2015-01-25 17.45.00

รูปที่  2  แผนด้าน Big Data Analytics ของประเทศมาเลเซียเริ่มต้นปี  2014

สำหรับประเทศไทยผมคิดว่าเราคงต้องมีนโยบายอยู่สามด้านตามรูปที่ 3 (ต้องขอขอบคุณ  PostToday  ทีวาดภาพกราฟฟิกนี้สรุปให้)

  1. ภาครัฐและเอกชน
    • Big Data ยังเป็นตลาดใหม่มีการแข่งขันไม่สูงนัก (Blue Ocean) ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต้องรีบวางกลยุทธ์เรื่องนี้โดยเร็ว มิฉะนั้นแล้วเราจะเสียเปรียบคู่แข่งเชิงธุรกิจ
    • Big Data จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับคู่แข่งในภูมิภาค ต้องเอาเรื่องนี้เดินควบคู่กับนโยบาย Digital Economy
    • เรื่องข้อมูลจะเป็นเรื่องจำเป็น จึงต้องเร่งส่งเสริมให้มีการทำ Open Data เพื่อให้เกิดการต่อ ยอดนำข้อมูลไปใช้งาน
  2. เทคโนโลยี
    • เทคโนโลยีด้านนี้จะมีการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ภาครัฐเองควรจะส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้าน Hardware/Software
    • การตั้ง Cloud Platform สำหรับ Big Data Technology เช่น  Hadoop as a Service เป็นเรื่องจำเป็น ภาครัฐอาจต้องหาหน่วยงานเช่น สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) มาช่วยดำเนินงาน  หน่วยงานในภาครัฐหรือบริษัทขนาดกลางและเล็กจะได้สามารถใช้งานได้โดยมีค่าบริการที่ถูกลง
  3. การพัฒนาบุคลากร
    • ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้ โดยเฉพาะผู้ที่จะมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
    • ระยะเริ่มต้นอาจต้องนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาทำ Pilot Project  ในลักษณะ On the job training

Screenshot 2015-01-25 17.51.09รูปที่  3  ข้อเสนอแนะกลยุทธ์ Big Data สำหรับประเทศไทย

Big Data คือเรื่องใหม่และไม่ใช่เรื่องแค่ไอที ตอน Cloud Computing เข้ามาประเทศเราก็ช้าไปและตกขบวนไปแล้ว แม้ Cloud กลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน แต่ทุกวันนี้ยังมีอุตสาหกรรมไอทีหรือซอฟต์แวร์ไทยจำนวนมากยังไม่เข้าใจเรื่อง Cloud ดีพอ ถ้าเราช้าไปเรื่อง Big Data งวดนี้จะไม่ใช่แค่ตกขบวนไอทีแต่เผลอๆจะตกขบวนทางธุรกิจแข่งกับเขาในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนไปไม่ได้

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

มกราคม 2558

สรุปการบรรยายงานสัมมนา IT Trends: Strategic Planning for 2015 และ Slide การบรรยาย

เมื่อวันที่ 2-3  ธันวาคมนี้ ทาง IMC Institute ได้จัดงานสัมมนา “ IT Trends: Strategic Planning for 2015 ″  โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในประเทศไทยรวม 17 คนมากล่าวถึงแนวโน้มของ เทคโนโลยีสารสนเทศในปีหน้าเพื่อให้องค์กรได้ใช้ในการวางแผนไอทีสำหรับองค์กร โดยมีหัวข้อในการบรรยายที่น่าสนใจหลายเรื่อง ในบทความนี้จึงขอสรุปบรรยากาศการสัมมนาและขอแชร์ Slide และข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆดังนี้

วันที่ 2 ธ.ค.

  • การบรรยายในวันแรกเริ่มต้นด้วยหัวข้อ IT Trends: Strategic Planning for 2015  โดย ดร.มนู ออดีดลเชษฐฺ อดีตผู้อำนวยการ SIPA และหนึ่งในที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีในการจัดทำนโยบาย Digital Economy ซึ่งทางอาจารย์ได้กล่าวถึงการพยากรณ์ของ Gartner ด้านไอทีสำหรับองค์กรและผู้ใช้ในปีหน้า โดยมองว่าจากปี 2014 เป็นต้นไป ธุรกิจจะแข่งด้วย
    • Disruptive digital business model
    • บริการลูกค้าด้วยระบบ Mobile Commerce โดยมี Mobile Digital Assistant เป็นตัวช่วย และพัฒนา e-Commerce สู่ Digital commerce
    • กระบวนการธุรกิจ (Business processes) ที่ให้บริการลูกค้าจะมีลักษณะ Agile ที่ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เกิด Customer experience สูงสุด
    • ธุรกิจจะให้ความสำคัญกับ Customer experience และเน้นลงทุนด้าน Customer experience innovation

10247397_420308191449860_4200632943935780653_n

สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/Technology%20Trends%202015_v1.pdf

  • หัวข้อหลังจาก Break ภาคเช้าเป็นเรื่อง Computing Everywhere & The Internet of Things โดยคุณปฐม อินทโรดม CEO ของ ARIP ที่เป็นผู้จัดงาน Commart มาเล่าให้เห็นถึงแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์ IoT ที่ชี้เห็นว่าจะมีอุปกรณ์ต่ออินเตอร์เน็ตในปี 2020 จะมีถึง 50 ล้านชิ้น และกล่าวถึงการประมวลผลและใช้งานได้ในทุกที่ พร้อมทั้งยกตัวอย่างการนำมาใช้งานในสถานที่และอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/PATHOM%20IOT%20IMC.pdf
  • หลังจากพักเที่ยงคุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัท  Computerlogy และ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ thumpsup.in.th มาบรรยายเรื่อง Social Media Trends 2015: เพื่อให้เห็นผ่านรวมแนวโน้มของ Social Media ในปีหน้า โดยได้พูดให้เห็นถึง Social Media Command Center  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/Social%20Media%20Trend%202015%20_IMC.pdf
  • หัวข้อถัดมาทางผมเอง มาพูดเรื่อง  Cloud-Client Architecture  ที่เป็นหนึ่งใน Trend ของ Gartner ที่พูดมา 2 ปีติดกัน โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของสถาปัตยกรรมไอทีที่เปลี่ยนไป ที่จะเห็นหลังบ้านเป็น Cloud  ที่เราจะรัน App ที่เป็น SaaS และมี Client เป็นอุปกรณ์ที่หลากหลาย สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/Cloud-Client-Architecture.pdf
  • หัวข้อหลังจากนั้นเป็นเรื่อง Thailand & Asian E-Commerce Trend 2015  โดยคุณกิตตินนท์ อุ้ยวงศ์ไพศาล ผู้จัดการฝ่ายผลิตเว็บไซต์บริษัท Tarad.com มากล่าวถึง 10 แนวโน้มของการค้าออนไลน์ไทยและอาเซียน สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/eCommerce-Trend2015.pdf
  • ช่วงสุดท้ายของวันแรกเป็นการเสวนาเรื่อง Big Data Analytics: How and Trends ที่จะมีผู้ร่วมเสวนาที่เป็นผู้เขี่ยวชาญด้าน Big Data หลายท่านคือ ผศ.ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณวัชระ เอมวัฒน์ CEO ของบริษัท Compterlogy และตัวผมเอง โดยมี คุณพันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา ผู้บริหารบริษัท Ebistoday และผู้จัดรายการวิทยุ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ช่วงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะวิทยากรแต่ละท่านได้มาอธิบายถึงแนวโน้มทางด้านนี้ที่ต้องสนใจสามด้านคือ  Data Source, Data Infrastructure และ  Data Analytics

วันที่ 3 ธ.ค.

  • วันที่สองเริ่มต้นด้วยการบรรยายของผมเรื่อง IT Enterprise planning 2015 on Cloud Computing and Big Data ที่กล่าวถึงการวางแผนไอทีขององค์กรที่จะต้องเน้นเรื่องของ Cloud, และ Big Data โดยกล่าวถึงกลยุทธ์ที่ควรคำนึงสำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT-Planning.pdf
  • หลังเบรกภาคเช้า Web-Scale IT  โดยผศ.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ จากวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และรองคณบดีฝ่ายสารสนเทศของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบรรยายให้เห็นถึงหนึ่งใน Gartner Trend ที่พูดถึงการทำเว็บที่มีผู้ใช้จำนวนที่จะมี Infrastructure ที่เปลี่ยนไป ที่ต่อไปเราจะเห็นอนาคตของการพัฒนาที่เป็น  Flexible Hardware, Flexible Integration, Flexible Architecture, Flexible Processes ,Flexible Teams และ Flexible IT Culture  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/Web-Scale%20IT%20Talk.pdf
  • หัวข้อถัดไป คุณวรรณา ศฤงคารบริบูรณ์ Technical Director จาก CA Solutions (Thailand) มาบรรยายในเรื่อง  Dev-Op Trends เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็น Agile  อย่างแท้จริงจะประกอบไปด้วยสามส่วนคือ Methodology คือ Agile; Collaboration Process คือ DevOps และ Technology คือ Service Virtualisation, Release Automation, App Perf Management และ Data Mining Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/DevOps%20Trend%20V1.0_wanna%2026112014.pdf
  • ในภาคบ่ายเริ่มต้นด้วยการเสวนาเรื่อง Digital Economy and IT Market Outlook 2015: จากมุมมองของคุณอดิเรก ปฎิทัศน์ นายกสมาคม ATCI และประธานกรรมการบริษัท MFEC, คุณศุภชัย สัจกิจไพบูลย์ เลขาธิการสมาคม ATCI, และ ดร.กษิติธร ภูภราดัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิจัยและนโยบาย ผู้ที่ทำการสำรวจตลาดไอซีทีในประเทศไทยมาโดยตรง โดยมีคุณวิชัย วรธานีวงศ์ ผู้จัดรายการ CEO Vision และที่ปรึกษารายการทีวี IT 24 Hours Show ทางทีวีช่อง 3 เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ผู้บรรยายชี้ให้เห็นว่าตลาดไอทีเริ่มเปลี่ยนไป เพราะการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทำให้ตลาด Hardware  และ  Software  เปลี่ยนไป แต่นโยบาบ Digital Economy จะช่วยทำให้ตลาดโตขึ้นได้ แต่การทำ Digital Economy ภาครัฐเองจะต้องเริ่มปรับตัวเอง เช่นเดียวกับคนไอทีที่จะต้องปรับให้ทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

10805607_420747911405888_1323766870202389079_n

  • หัวข้อหลัง Break ช่วงสุดท้าย เริ่มต้นด้วยเรื่อง Risk-Based Security and Self-Protection: ที่เป็นมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Security อย่างคุณนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล (ไชยกร อภิวัฒโนกุล) กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA)  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IMC%20Risk-base%20security.pdf
  • หัวข้อถัดมาคือเรื่อง Smart Machines ที่เป็นอีกหนึ่ง Technology Trend ของ Gartner โดยคุณธนะพงษ์ จารุเวคิน ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค จาก IBM (Thailand) มาพูดเรื่อง IBM Watson ที่เป็น supercomputer ที่สามารถจะตอบคำถามของมนุษย์ที่เป็นภาษาธรรมชาติ (natural language) ได้ สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/Smart%20Machine%20-%20Watson%20%281%29.pdf
  • หัวข้อสุดท้ายเป็นเรื่อง Software Defined Infrastructure and Applications: ซึ่งเป็นอีกแนวโน้มหนึ่งที่มีการกล่าวถึงกันมากคือเรื่องนี้ โดยมีคุณฐิติธร เสมาเงิน IT Architect จาก Oracle (Thailand) มาเป็นผู้บรรยาย โดยมาชี้ให้เห็นแนวโน้มของ Infrastructure ว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับ Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/software-define-infra.pdf

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

Screenshot 2015-01-13 08.34.13

Gartner: Top 10 Strategic IT Trends 2015

ทุกๆปลายปี สำนักวิจัย Gartner  จะประกาศให้เห็นถึง Top 10  แนวโน้มของเทคโนโลยีในปีต่อไป แต่ปีนี้ Gartner ประกาศออกมาค่อนข้างเร็วตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ และก็ได้ระบุถึงเทคโนโลยีไอทีต่างๆ 10  ด้าน ตามที่แสดงในรูปที  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับปีที่แล้วหรือ 2-3  ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าในปีนี้ไม่ค่อยมีคำว่า Cloud Computing, Mobile Technology, Social Networks  หรือ Big Data  ทั้งนี้ก็เพราะว่า Mega Trends  เหล่านี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในระบบไอทีที่เราใช้อยู่ทุกวัน และแทบทุก Strategic IT Trends ที่ Gartner พูดถึงก็จะเกี่ยวข้องกับ Mega Trends  เหล่านี้ สำหรับ IT Trends ในปีนี้มีเรื่องต่างๆที่น่าสนใจดังนี้

10649099_396528190494527_5178840512740960137_o

1) Computing Everywhere: การใช้งานอุปกรณ์ smartphone  ที่แพร่หลาย ทำให้เกิดผู้ใช้้ที่เป็น mobile มากขึ้น และต้องสามารถเข้าถึงการใช้งานได้ทุกที่ ระบบการใช้งานก็จะต้องคำนึงสภาพแวดล้อมที่จะมีอุปกรณ์หลากหลายต่อมาจากทุกๆที่มากกว่่าที่จะพัฒนามุ่งมาให้อุปกรณ์เดี่ยวใช้งาน และยิ่งมีกระแสของอุปกรณ์อย่าง  waerable technology ก็จะยิ่งทำให้การประมวลผลผ่านอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานอย่างกว้างขวางขึ้นที่ผู้คนจะเข้าถึงจากทุกๆที่ และต่อไปการออกแบบที่เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience Design) จะมีความสำคัญยิ่งขึ้น

2) The Internet of Thing (IoT): Gartner ให้ความสำคัญกับ IoT อย่างต่อเนื่องมาสามปีแล้ว ซึ่งการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุปกรณ์จะทำให้เกิดข้อมูลที่มากขึ้นและก็จะมีบริการต่างๆเพิ่มมากขึ้นตาม เราจะเห็นการนำอุปกรณ์มาใช้งานในเชิงธุรกิจมากขึ้น อาทิเช่น การนำโมเดลการจ่ายเงินตามการใช้งาน (Pay-per-use )มาใข้กับการบริการอย่างระบบประกันภัยที่อาจชำระเฉพาะเมื่อมีการขับรถโดยเราใช้อุปกรณ์ IoT ตรวจจับ  หรือที่จอดรถที่อาจมีอุปกรณ์ IoT ติดอยู่

3)  3D Printing: ตลาดการพิมพ์สามมิติในปี 2015 จะโตขึ้นถึง 98% และคาดการณ์ว่าจำนวนเครื่องพิมพ์สามมิติจะถูกจำหน่ายเพิ่มเป็นสองเท่าและจะมีจำนวนเป็นสามเท่าในอีกสามปีข้างหน้า โดยเครื่องก็จะมีราคาถูกลงและถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆมากขึ้น ซึ่งการนำ 3D Printer มาใช้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบหรือการพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบ

4) Advanced, Pervasive and Invisible Analytics: Analytics จะกลายเป็นเรื่องสำคัญเพราะเราจะมีข้อมูลทั้งที่เป็น  structure และ unstructure มากขึ้น Application ต่างๆก็ต้องมีระบบที่มีความสามารถด้าน Analytics อยู่ใน และองค์กรก็ต้องเตรียมรองรับกับข้อมูลมหาศาลที่จะมาจาก IoT, Social Media และ อุปกรณ์ Wearable ซึ่ง Analytics จะมีความสำคัญในการจะหาคำตอบต่างๆมากกว่าเพียงแค่ Big Data

5) Context-Rich Systems: Gartner ได้กล่าวถึง Ubiquitous embedded intelligence ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบต่างๆที่จะช่วยเตือนและคาดการณ์เรื่องต่างๆที่อยู้รอบตัวได้ล่วงหน้า อาทิเช่นระบบอย่าง  Context-Aware Security

6) Smart Machines: เมื่อปีที่แล้ว  Gartner ก็กล่าวถึง smart machine ที่เป็นระบบที่สามารถเรียนรู้เองได้ (เช่น IBM Watson) ซึ่งจะมีระบบ  Analytics ที่ชาญฉลาด โดยยุคของ smart machine ที่จะมาถึงนี้ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ไอที ซึ่งในปัจจุบันก็เริ่มมีการพัฒนาต้นแบบของ รถยนต์แบบautonomous, หุ่นยนต์ที่ก้าวหน้าขึ้น หรือผู้ช่วยอัจฉริยะเสมือนจริง (virtual personal assistant)

7) Cloud/Client Architecture:  เทคโนโลยี Mobile และ Cloud กำลังเข้ามารวมกัน โดยฝั่ง Client จะเป็น Rich Application ที่ทำงานบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตเช่นอุปกรณ์พีซี smartphone หรือ Tablet ส่วนฝั่งของ Server ก็จะเป็น Applications หลากหลายที่ทำงานอบู่บนระบบ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น (Elastic) และพร้อมที่จะรองรับผู้ใช้จำนวนมากได้ (Scability) นอกจากนี้ความต้องการการใช้งานฝั่ง Client ผ่านอุปกรณ์โมบายจะยิ่งทำให้ระบบ Server และ Storage มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้พัฒนา Application ก็ต้องต้องเตรียมรองรับกับผู้ใช้จำนวนมากจากอุปกรณ์ที่มีหน้าจอที่หลากหลาย และจะต้องสามารถ sync ข้อมูลของ App ในทุกๆอุปกรณ์ได้

8) Software Defined Infrastructure and Applications: ต่อไปเราจะเห็นการโปรแกรมที่ยืดหยุ่น (Agile Programming)  สำหรับทุกๆอย่างตั้งแต่การพัฒนา Application ไป จนถึงการทำ Infrastructure ที่จะมีเรื่องของ Software-defined networking, storage, data centers และ security โดยจะมีการใช้ Application Programming Interface (APIs) ที่จะเข้าถึงข้อมูลและระบบเหล่านี้ผ่านบริการที่อยู่บน Cloud

9) Web-Scale IT: การให้บริการไอทีกำลังเปลี่ยนไปเพราะมีผู้ใช้จำนวนมหาศาล ระบบอย่าง Facebook, Amazon และ Google ทำให้ Enterprise Data Center ต่างๆต้องออกแบบระบบที่จะรองรับผู้ใช้จำนวนมากที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องยากที่องค์กรส่วนใหญ่จะทำระบบแบบนั้นได้ ดังนั้นในอนาคตเราอาจจะเห็นองค์กรต่างๆมาใช้ระบบ Cloud มากขึ้น และขั้นตอนแรกขององค์กรต่างๆที่จะเข้าสู่่  Web-Scale IT คือการใช้ DevOps  ซึ่งเป็นการรวมกันของ Development กับ  Operation

10) Risk-Based Security and Self-Protection: สุดท้าย Gartner ก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของระบบความปลอดภัยและเชื่อว่าไม่มีองค์กรใดป้องกันได้  100%  ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงและการใช้กระบวนการและเครื่องมือในการลดความเสี่ยงจะเป็นเรื่องที่สำคัญ ในมุมทางเทคนิคการออกแบบ Application ที่มีการป้องกันความปลอดภัยอยู่ในตัวจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น

ธนชาติ นุ่มนนท์

IMC Institute

Screenshot 2014-10-11 12.05.57

สรุปการบรรยายงาน IT Trends 2014 และ Slide ประกอบการบรรยาย

เมื่อวันที่ 20-21  พฤศจิกายน ทาง IMC Institute ได้จัดงานสัมมนา “IT Technology Trends 2014″  โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในประเทศไทยร่วม 20 คนมากล่าวถึงแนวโน้มของ เทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทย โดยงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท EMC Thailand, Cisco Systems Thailand, True IDC, ATCI และ ARIP โดยมีหัวข้อในการบรรยายในด้านแนวโน้มเทคโนโลยีที่น่าสนใจหลายเรื่อง ในบล็อกนี้จึึงขอสรุปบรรยากาศการสัมมนาและขอแชร์ Slide และข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆดังนี้

Image

วันที่ 20 พ.ย.

  • การบรรยายในวันแรกเริ่มต้นด้วยหัวข้อ Online Trend Social Networking & Mobile โดยคุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ (หรือ @mimee) ผู้ร่วมก่อตั้ง  thumbsup.in.th  ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับกลุ่ม Startup และเป็นผู้จัดรายการทีวี โดยเธอมาชี้ให้เห็นถึงการบริโภคข้อมูลออนไลน์ในประเทศไทยทั้งทางด้าน Social Media และอินเตอร์เน็ตด้านต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็นสองหัวข้อย่อยคือ Thailand Market Situation และ Online Trend 2014 สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ http://www.slideshare.net/imcinstitute/online-trend-2014 
  • หัวข้อถัหลังจาก Break ภาคเช้าเป็นเรื่อง POST-PC ERA GROWTH OF MOBILE DEVICES โดยคุณปฐม อินทโรดม CEO ของ ARIP ที่เป็นผู้จัดงาน Commart จะมาเล่าให้เห็นถึงแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์ไอทีทั้งทางด้าน Smartphone,Tablet และ Mobile Application สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่  http://www.slideshare.net/imcinstitute/post-pc-erasmartphonetabletpathom
  • ถัดมาเป็นหัวข้อ IaaS Trends: Migrate Servers to Cloud โดยคุณประดิษฐ์ ภิญโญภาสกุล Head of Commercial ของ True IDC ซึ่งเป็นผู้บริการ Cloud รายใหญ่ในประเทศไทย จะมาชี้ให้ถึงแนวโน้มของ Cloud Computing ที่เป็น Infrastructure as a Service (IaaS) โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจสามด้านคือ Cloud Computing in Thailand, How to transform IT service และ Case Studies สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่   http://www.slideshare.net/imcinstitute/iaas-trends-migrate-servers-to-cloud
  • หลังจากพักเที่ยงผมมาบรรยายเรื่อง Technology Trends 2014: เพื่อให้เห็นผ่านรวมแนวโน้มของเทคโนโลยีไอทีในปีหน้า โดยได้พูดถึง Gartner Trends และ  Trends ของประเทศไทย โดยได้เน้นคำว่า “Cloud transforms IT and Big Data transform Business”  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT%20Trends.pdf
  • หัวข้อถัดมาทาง  คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com และนายกสมาคม e-Commerce ประเทศไทย มาพูดเรื่อง  E&M-Commerce Trends:  จะกล่าวถึงแนวโน้มของ M-Commerce ในประเทศไทย รวมถึงเรื่องของ Mobile Payment
  • หัวข้อหลังจาก Break  ตอนบ่ายเป็นเรื่อง Augmented Reality Trends:  โดยคุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท Think Technology ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AR ที่มากล่าวถึงแนวโน้มของเทคโนโลยี AR  และการประยุกต์ใช้งาน พร้อมทั้งแสดงตัวอย่างที่น่าสนใจในหลายๆเรื่อง สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ http://www.slideshare.net/imcinstitute/ar-imc-apichai
  • ช่วงสุดท้ายของวันแรกเป็นการเสวนาเรื่อง Impact of Technology Trends to Thai Industries: ที่จะมีผู้รวมเสวนาจากภาคอุตสาหกรรมหลายท่านคือ ดร.พรีเดช ณ น่าน  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา กสท, คุณฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ SIPA, คุณนนุสรณ์ พจน์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการบริษัทด้านไอที บริษัท Smart Traffic และคุณธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอน ไซซิทส์  โดยมีคุณวิชัย วรธานีวงศ์ ผู้จัดการการ CEO Visionและที่ปรึกษารายการ IT 24 Hours  เป็นผู้ดำเนินการ ช่วงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะวิทยากรแต่ละท่านได้แชร์ประสบการณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ

วันที่ 21 พ.ย.

  • วันที่สองเริ่มต้นด้วยการบรรยายของผมเรื่อง  IT Enterprise planning for 2014 ที่กล่าวถึงการวางแผนไอทีขององค์กรที่จะต้องเน้นเรื่องของ Cloud, BYOD, การพัฒนา Information Infrastructure  สำหรับ  Big Data and Analysis  และ Social Network นอกจากนี้ผมยังแนะนำ  Template  สำหรับวางแผนกลยุทธ์ไอทีขององค์กร โดยผมมีเอกสารต่างๆประกอบการบรรยายดังนี้
  1. Slide ประกอบการบรรยาย https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT%20Planning.pdf
  2. Slide สำหรับการนำเสนอ IT Strategy Template https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT_Strategic_Plan-Template.pdf
  3. ตัวอย่างของ  SME IT Strategic Plan Template https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/Sample_Strategic_Plan.pdf  
  4. ตัวอย่างของ  IT StrategyTemplate https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT%20Strategy%20Template.pdf
  • หัวข้อถัดไปเป็นเรื่อง Bring Your Own Devices Trends:  โดย คุณอุดม ลิ้มมีโชคชัย Director of Network Consultant ของ Cisco Systems Thailand มาบรรยายให้เห็นถึงแนวโน้มของ BYOD ที่น่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/BYOD_21-11-2013%20Udom.pdf
  • หลังเบรกภาคเช้า คุณหมอศุภชัย ปาจริยานนท์   กรรมการผู้จัดการบริษัท MCFiVA ซึ่งเป็นนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Mobile Marketing มาบรรยายในหัวข้อ  Mobile MarketingTrends 2014: เพื่อมาชี้ให้ทิศทางการนำ App มาใช้งานในปีหน้า โดยได้ระบุถึง Trends ที่น่าสนใจ 10 อย่างทางด้าน Mobile Apps
  • ในภาคบ่ายเริ่มต้นด้วยการเสวนา IT Market Outlook 2014  ที่จะกล่าวถึงตลาดไอทีในปีหน้าจากทีมวิจัยที่ทำการสำรวจตลาดให้กับกสทช. โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ ดร.กษิติธร ภูภราดัย ผู้อำนวยการอาวุโสของสวทช., คุณศุภชัย สัจกิจไพบูลย์ เลขาธิการสมาคม ATCI และคุณไตรรัตน์ ใจสำราญจาก G-Able โดยมีคุณพันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา ผู้จัดรายการของสถานีวิทยุ 101 เป็นผู้ดำเนินรายการ หัวข้อนี้มี slide ประกอบการบรรยายสองหัวข้อ
  1. IT Market Outlook 2014 https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT%202014%20presentation_v3.pdf
  2. IT Trends 2014 Communication Market Outlook https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/IT%20Trend%202014_K.Mic.pdf
  • หัวข้อถัดไปเป็นเรื่อง Internet of things Trends:   โดยคุณอรรณพ วาดิถี  Director ของ EMC Thailand จะมาพูดถึงแนวโน้มของอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เช่น นาฬิกา แว่นตา เป็นต้น  สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/EMC%20TH%20Internet%20of%20Things%20IMC%20Nov%2021%20Unnop.pdf
  • หัวข้อถัดมาคือเรื่อง SaaS Cloud Computing Trends:  โดนคุณดนุพล สยามวาลา CEO ของ ICE Solution ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มสยามวาลามาขี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของการใช้Software as a Service  รวมถึง Business Process as a Service สำหรับ  Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ http://www.slideshare.net/imcinstitute/cloud-computing-from-personal-cloud-to-saas
  • หัวข้อสุดท้ายเป็นเรื่อง Big Data Trends: คุณดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี Enterprise Architect ของ Oracle ASEAN ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญทางด้าน Big Data จะมากล่าวถึงทิศทางของเทคโนโลยี Big Data โดยเฉพาะเรื่องของ Hadoop Technology สำหรับ Slide การบรรยายของ Session นี้ สามารถดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/12655380/IT%20Trends/01_BigData_Analytic_SWDev_v2.2%20Danairat.pdf

งานสัมมนา IT Technology Trends 2014

Image

เทคโนโลยีไอทีกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีการตื่นตัวในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น เทคโนโลยีไอทีกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของผู้คน กระแสการใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือการเข้าสู่ Social Media มีมากขึ้น ผู้คนให้ความสนใจกับอุปกรณ์ไอทีใหม่ๆอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นข่าวการเปิดตัว Smartphone Tablet หรือ Gadget ต่างๆ ความสนใจเรื่องของแนวโน้มของเทคโนโลยีไอซีทีซึ่งแต่ก่อนอาจเป็นเรื่องของเฉพาะคนในกลุ่มไอที ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าติดตามสำหรับผู้คนในทุกสาขาอาชีพ เพราะแนวโน้มของเทคโนโลยีไอซีทีจะมีผลกระทบต่อการทำงานไม่ว่าในแง่ของการติดต่อสื่อสาร ช่องทางการตลาด งานโฆษณา และวิธีการทำงานต่างๆ

ทุกสิ้นปีบริษัทวิจัยต่างๆทั้วโลกก็จะออกรายงานเพื่อระบุถึงแนวโน้มของ เทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) ที่จะมีผลกระทบและเปลี่ยนแปลงธุรกิจในปีหน้า ล่าสุด Gartner ก็ได้ออกรายงานเรื่อง “Top 10 Strategic Technology Trends  2014”  (ดูรายละเอียดได้จากบล็อกเรื่อง Top 10 Strategic Technology Trends 2014 ของ Gartner )     แต่เมื่อเรามาพิจารณาการคาดการณ์เทคโนโลยีเหล่านั้นจะพบว่าบางครั้งก็อาจไม่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมไอทีในบ้านเราทั้งนี้เนื่องจากตลาด และสภาพแวดล้อมของเราอาจแตกต่างจากตลาดทั่วโลก ทาง IMC Institute จึงได้วิเคราะห์แนวโน้ม “IT Technology Trends 2014 for Thailand” โดยได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร eEnterprise ฉบับเดือนตุลาคมนี้ (สามารถอ่านบทความได้จากบล็อกเรื่อง Technology Trends 2014) โดยระบุเทคโนโลยีไอทีเด่นของประเทศไทยไว้ 10 ด้านคือ

  • Smartphone/Tablet Explosion: Post-PC Era
  • Cloud Computing:  From Personal Cloud to SaaS
  • Online Consumerization: Social Networks / 3G /Broadband
  • Mobile Applications:Cross Platform with HTML5
  • Bring Your Own Devices: Flexible Office/Workers
  • IaaS: Migrate Servers to Cloud
  • Internet of things:Connected Anywhere, Anytime and Anydevices
  • M-Commerce: From e-Commerce to mobile payment
  • Big Data: BI in a Big Data World
  • Augmented Reality: Changing our daily life

นอกจากนี้ทาง IMC Institute จะจัดงานสัมมนา “IT Technology Trends 2014”  ในวันที่ 20-21 พฤศจิกายนนี้ที่โรงแรม Jasmine Executive Suites โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในประเทศไทยร่วม 20 คนมากล่าวถึงแนวโน้มของ เทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทย นอกจากนี้จะมีการวิเคราะห์ตลาดและอุตสาหกรรมไอทีในปีนี้พร้อมทั้งคาดการณ์ตลาดในปีหน้า ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศก็ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจในทุกๆด้าน ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากสัมมนานี้ก็น่าจะมีส่วน ทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจในนวัตกรรมใหม่ๆและขยายโอกาสทางธุรกิจได้ ทั้งนี้งานนี้ได้รับการสันับสนุนจากบริษัท EMC Thailand, Cisco Systems Thailand และ ARIP

หัวข้อในการบรรยายในงานนี้จะมีเรื่องต่างๆที่น่าสนใจดังนี้

  • Technology Trends 2014: ทางผมจะเป็นผู้บรรยายเพื่อให้เห็นผ่านรวมแนวโน้มของเทคโนโลยีไอทีในปีหน้า
  • Smartphone/Tablet Trends: คุณปฐม อินทโรดม CEO ของ ARIP ที่เป็นผู้จัดงาน Commart จะมาเล่าให้เห็นถึงแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์ไอทีทั้งทางด้าน Smartphone และ Tablet
  •  IaaS Trends: คุณประดิษฐ์ ภิญโญภาสกุล Head of Commercial ของ True IDC ซึ่งเป็นผู้บริการ Cloud รายใหญ่ในประเทศไทย จะมาชี้ให้ถึงแนวโน้มของ Cloud Computing ที่เป็น Infrastructure as a Service (IaaS)
  • Online Consumerization Trends: Social Networks / 3G /Broadband: คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง  thumbsup.in.th  ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับกลุ่ม Startup และเป็นผู้จัดรายการทีวี จะมาชี้ให้เห็นถึงการบริโภคข้อมูลออนไลน์ในประเทศไทยทั้งทางด้าน Social Media และอินเตอร์เน็ตด้านต่างๆ
  • M-Commerce Trends: From e-Commerce to mobile payment  คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com และนายกสมาคม e-Commerce ประเทศไทย จะกล่าวถึงแนวโน้มของ M-Commerce ในประเทศไทย รวมถึงเรื่องของ Mobile Payment
  • Augmented Reality Trends: คุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท Think Technology ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AR จะมากล่าวถึงแนวโน้มของเทคโนโลยี AR  และการประยุกต์ใช้งาน
  • Bring Your Own Devices Trends:  คุณอุดม ลิ้มมีโชคชัย Director of Network Consultant ของ Cisco Systems Thailand จะมาบรรยายให้เห็นถึงแนวโน้มของ BYOD ที่น่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน
  • Mobile Application Trends 2014: คุณหมอศุภชัย ปาจริยานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท MCFiVA ซึ่งเป็นนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Mobile Application จะมาชี้ให้ทิศทางของ App ในปีหน้า
  • Internet of things Trends:   คุณอรรณพ วาดิถี  Director ของ EMC Thailand จะมาพูดถึงแนวโน้มของอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เช่น นาฬิกา แว่นตา เป้นต้น
  • SaaS Cloud Computing Trends:  คุณดนุพล สยามวาลา CEO ของ ICE Solution ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้าน Cloud Computing จะมาขี้ให้เห็นถึงแนวโน้มตลาด Software as a Service
  • Big Data Trends: คุณดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี Enterprise Architect ของ Oracle ASEAN ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญทางด้าน Big Data จะมากล่าวถึงทิศทางของเทคโนโลยี Big Data

นอกจากยังมีหัวข้อเสวนาที่น่าสนใจอีกสองหัวข้อคือ

  • Impact of Technology Trends to Thai Industries: ที่จะมีผู้รวมเสวนาจากภาคอุตสาหกรรมหลายท่านคือ ดร.พรีเดช ณ น่าน  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา กสท, คุณฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ SIPA, คุณนนุสรณ์ พจน์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการบริษัทด้านไอที บริษัท Smart Traffic และคุณธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอน ไซซิทส์  โดยมีคุณวิชัย วรธานีวงศ์ ผู้จัดการการ CEO Visionและที่ปรึกษารายการ IT 24 Hours  เป็นผู้ดำเนินการ
  • IT Market Outlook 2014  การสัมมนาที่จะกล่าวถึงตลาดไอทีในปีหน้าจากทีมวิจัยที่ทำการสำรวจตลาดให้กับกสทช. โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ ดร.กษิติธร ภูภราดัย ผู้อำนวยการอาวุโสของสวทช., คุณศุภชัย สัจกิจไพบูลย์ เลขาธิการสมาคม ATCI และผู้บริหารจากบริษัทด้านไอที โดยมีคุณพันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา ผู้จัดรายการของสถานีวิทยุ 101 เป็นผู้ดำเนินรายการ

สุดท้ายจะมีการบรรยายของผมที่จะแนะนำ  Template  สำหรับวางแผนกลยุทธ์ไอทีขององค์กรในปีหน้าในหัวข้อเรื่อง  IT Enterprise planning for 2014